10 สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘เจสซี่ โอเว่นส์’

Mezzanine_466

ยอดตำนานลมกรดผิวสีสหรัฐฯ กำลังจะกลับมาในเวอร์ชั่นหนังชื่อ ‘Race’ และเราจะพาไปดูเกร็ดที่น่าสนใจของเขากัน

4 เหรียญทองที่ได้ในโอลิมปิกครั้งเดียวเป็นอะไรมากที่กว่าเหรียญรางวัล
ในโอลมปิกที่เบอร์ลิน เยอรมนี ‘ฮิตเลอร์’ พยายามสร้างความยิ่งใหญ่ให้อารยันชนผิวขาว ทั้งเรื่องการเมืองหรือกีฬา แต่นักกีฬาผิวดำอย่าง ‘เจสซี่ โอเว่นส์’ กลับตบหน้าผู้นำนาซี ด้วย 4 เหรียญทอง นอกจากนี้ ก็ยังเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นอันใหญ่ของวงการกรีฑาสหรัฐฯ เหนือเยอรมนีด้วย เรียกว่า ได้กู้ศักดิ์ศรีถึง 2 เด้ง ทั้งเรื่องสีผิวและมหาอำนาจทางด้านกีฬา

”ฮิตเลอร์ไม่ด้รังเกียจผม ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ต่างหาก”
ด้วยปรัชญาการเหยียดสีผิว ผู้คนต่างคิดว่าไป ผู้นำเยอรมนีคงไม่มีทางร่วมแสดงความยินดีกับ เจสซี่  โอเว่นส์ เพราะไม่ยอมจับมือด้วย แต่ผิดคาด เมื่อเขาออกมาบอกว่า จริงๆ แล้ว แม้ดูฮิตเลอร์ไม่ค่อยพอใจ แต่เขาก็ได้แสดงความเป็นมิตรให้เห็นบ้าง ตรงข้ามกับประธานธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะเชิญเข้าไปทำเนียบขาว หรือโทรเลขมาแสดงความยินดี

รองเท้าที่ใส่วิ่งจนได้เหรียญทอง ผู้ก่อตั้ง ‘อาดิดาส’ ทำให้ด้วยมือตัวเอง
สมัยยังเป็นแค่ช่างทำรองเท้า ‘อดอล์ฟ แดสส์เลอร์’ ผู้ก่อตั้ง ‘อาดิดาส’ ได้เล็งเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจขึ้นมา โดยไม่สนใจเรื่องผิวสีเหมือนผู้นำของเขา โดยนอกจากนักกีฬาเยอรมนีแล้ว ‘อดอล์ฟ แดสส์เลอร์’ ยังทำรองเท้าวิ่งให้ เจสซี่ โอเว่นส์ใส่ โดยเป็นแบบหนังปลายแหลม ซึ่งหลังจากเขาคว้าเหรียญทองได้อย่างยิ่งใหญ่ 10 ปีต่อมาอาดิดาส ก็ถือกำเนิด

การที่ครูอ่านออกเสียงชื่อของเขาผิด ได้นำมาสู่การเปลี่ยนชื่อในปัจจุบัน
ชื่อตอนแจ้งเกิดของเขาคือ เจมส์ เคลฟเวลแลนด์ โอเว่นส์ (James Cleveland Owens) หรือเรียกสั้นๆ ก็ เจ ซี โอเว่นส์ แต่ครูของเขากลับอ่านออกเสียงผิดเป็น เจสซี่ ตอนเขาออกไปแนะนำตัวหน้าห้อง จากนั้นเขาก็ได้ใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด

ด้วยความสามารถในการวิ่ง เขาได้รับฉายาว่า ‘กระสุนปืนแห่งบัคอาย’
หลังจากพัฒนาตัวเองมาตั้งแต่ระดับมัธยมในเคลฟเวลแลนด์จนถึงระดับมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอ โดยเจสซี่ โอเว่นส์ ถือเป็นคนผิวสีคนแรก ซึ่งได้รับคัดเลือกจากกัปตันทีมวิ่งของโอไฮโอ สเตท บัคอาย จนได้ฉายาว่า ‘กระสุนปืนแห่งบัคอาย’

ตอนสมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาเคยสร้างสถิติโลกมาแล้ว 3 ครั้ง
หลังจากจบไฮสคูลที่เคลฟเวลแลนด์ เจสซี่ โอเว่นส์ ก็เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยโอไฮโอ โดยในระหว่างนั้น แม้เป็นเพียงนักวิ่งระดับชุดเยาวชน แต่เขาสามารถทำลายสถิติโลกทั้งระยะ 100 หลา, 220 หลาและวิ่งข้ามรั้วต่ำระยะทาง 220 หลา

320px-Jesse_Owens3

รู้หรือไม่? เขาเคยต้องวิ่งแข่งกับสัตว์สายวิ่งอย่างม้า เพื่อล่าเงินรางวัลด้วย
แม้จะเป็นยอดนักวิ่งที่คว้ามาได้ถึง 4 เหรียญทองในโอลิมปิก แต่สมัยนั้น ไม่ได้มีระบบอัดฉีดอู้ฟู่อย่างทุกวันนี้ โดยเจสซี่ โอเว่นส์ ต้องรับจ็อบวิ่งโชว์แข่งกับทั้งหมา, มอเตอร์ไซค์และม้า ในระหว่างพักครึ่งเบสบอลลีก นิโกร ซึ่งเขาสามารถเอาชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว เขากล่าวว่า ถึงน่าจะอายที่นักกีฬาต้องมาทำแบบนี้ แต่พวกเหรียญทองที่ได้มา กินได้ที่ไหนกัน

ทีมเบสบอล นิวยอร์ค เม็ตส์ เคยว่าจ้างเขาเพื่อให้มาเป็นโค้ชในด้านการวิ่ง
ในปี 1965 ทีมเบสบอล นิวยอร์ค เม็ตส์ เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขา ถึงขนาดว่าจ้างมาช่วยฝึกเรื่องเทคนิคและความเร็วในการวิ่งให้กับผู้เล่นในทีม ซึ่งก็ได้ผล เพราะทีมเบสบอลนิวยอร์ค เม็ตส์สามารถทำสถิติได้ดีขึ้นมากในการเล่นปีนั้น

ชื่อของได้ถูกนำมาใช้เป็นชื่อรางวัลให้กับนักกรีฑายอดเยี่ยมของสหรัฐฯ
โดยทาง USA Track and Field (USATF) ได้ใช้ชื่อของเขาในการตั้งเป็นชื่อของรางวัลสำหรับกรีฑาทั้งประเภทลู่และลานที่ผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละปีมาตั้งแต่ยุคปี 1981 ซึ่งก็ถือว่า เป็นรางวัลออสการ์แห่งวงการกรีฑาเลยทีเดียว

เรื่องราวของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว โดยใช้ชื่อว่า ‘Race’
เตรียมตัวจะเข้าฉายแล้ว สำหรับหนังฟอร์มดีที่สร้างมาจากชีวประวัติของเจสซี่ โอเว่นส์ สุดยอดตำนานนักกรีฑาแห่งดินแดนเสรีภาพที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของกีฬา แต่ยังรวมไปถึงเรื่องสังคมและการเมือง รับบทโดย สเตฟาน เจมส์ ในมาดนักวิ่งผิวสีผู้ต้องต่อสู้กับความยากลำบาก กว่าจะมีชื่อเสียง และก็ยังต่อสู้เรื่อยมา ซึ่งหนังเรื่องนี้ จะเข้าไทยวันที่ 7 เม.ย. 2559

race_still_4

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก history.com, pbs.org, en.wikipedia.org, hollywoodreporter.com