เธอเก่ง! 10 นักกีฬาหญิงในตำนานที่ชนะผู้ชายได้

cv-10-women-beat-men-in-sports-ws

แม้ในความเป็นจริง เพศชายจะแกร่งกว่าเพศหญิง แต่บางที การแข่งขันกีฬา ก็เป็นเรื่องของใจด้วย และเธอเหล่านี้คือ ความภูมิใจของเพศหญิง

ซอนย่า โธมัส

sonya-thomas-joey-chestnut
เห็นแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่า เธอจะเป็นนักแข่งกิน (ในเมืองนอก ก็ถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง) ระดับท็อปของโลก แม้จะมีน้ำหนักตัวไม่ถึง 45 กก. แต่เธอสามารถเอาชนะผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าเธอ 5 เท่าได้สบาย ในการแข่งขันกินปีกไก่ (National Buffalo Wing Festival Competition) โดย ซอนย่า โธมัส เจ้าของฉายา แบล็ควิโดว์ สามารถซัดปีกไก่เข้าไปในท้องได้ 165 ชิ้นภายใน 12 นาที (แม่จ้าว) แถมยังได้แชมป์อีกในปี 2004, 2007-2011 สุดยอด…

แต่เท่านั้นไม่พอนะ ช่วงนั้นเธอยังกินฮอทดอกจนได้แชมป์มาครองในปี 2004 โดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที กับการอัดฮอทดอกเข้าท้องไป 26.5 ชิ้น…

แจ็คกี้ โทนาวันดา

Jackie-Tonawanda
เธอผู้นี้มีสมญานามว่า ‘(มูฮัมหมัด) อาลีเวอร์ชั่นผู้หญิง’ โดยช่วงระหว่างปี 1970s-1980s ถือว่า เธอเป็นนักมวยหญิงที่ประสบความสำเร็จมากอีกคน ซึ่งไฟต์สร้างชื่อของเธอคือ การชกกับ ลาร์รี่ โดนาเนีย นักคิกบ็อกซิ่งชาย (ในศึก Aaron Bank’s Oriental World of Self-Defense) เมื่อปี 1975 ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น เมื่องนิวยอร์ก สหรัญอเมริกาและก็ไม่น่าเชื่อว่า เธอจะสามารถเอาชนะและคว่ำเขาลงได้ในยกที่ 2 แบบนี้ต้องขอปรบมือให้เลย

จูเลีย โครเน่

Julie-Krone
แม้จะดูเหมือนใช้แรงไม่น้อยกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ แต่คนที่จะลงแข่งกีฬาขี่ม้าได้ ร่างกายก็ต้องมีความแข็งแกร่งเช่นกัน ซึ่งต้องถือว่า ยังไงผู้ชายก็ได้เปรียบ แต่ จูเลีย โครเน่ ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น โดยในปี 1993 เธอสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ Triple Crown และต่อมาในปี 2003 จูเลีย โครเน่ ก็ยังเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์ Breeders’ Cup ได้อีกจนถูกจารึกชื่อไว้ในทำเนียบของ National Museum of Racing

แพม รีด

Pam-Reed
ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนร่อนทะลทรายสุดโหดอย่าง Badwater Ultramarathon ที่เต็มไปด้วยพวกผู้ชายอกสามศอกมากมาย ยังมิวายต้องพ่ายให้กับผู้หญิงวัย 40 ปีที่ชื่อ แพม รีด ซึ่งคว้าแชมป์การวิ่งมาราธอนระยะทางกว่า 135 ไมล์นี้ได้ พร้อมกับสร้างสถิติใหม่ แล้วยังก็เป็นแชมป์อีกในปี 2003

ไชน่า
Chyna_P-401ใครที่เป็นแฟนกีฬามวยปล้ำน่าจะรู้จัก เพราะเธอคือ ยอดนักสู้หญิงตัวจริง ซึ่งสามารถเอาชนะผู้ชายที่เป็นถึงระดับแชมป์โลกได้ถึง 2 คนคือ เจฟ จาร์เร็ตและ คริส เจริโช (ในศึก WWE Intercontinental Championship) ท่ี่สำคัญ ก็ยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เข้าร่วม Royal Rumble อีกต่างหาก โดยสำหรับ ไชน่า หรือ โจนนี่ ลอเรอร์ นับว่า เป็นทั้งตำนานและประวัติศาสตร์แห่งวงการมวยปล้ำที่สาวกไม่เคยลืม แม้ว่าเธอจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

เคลลี่ คิวลิค
Kelly-Kulick
เธอผู้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจว่า จะเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ของ PBA (Professional Bowling Association) ให้จงได้ แล้วเธอก็ทำได้จริงๆ ในปี 2010 เมื่อสามารถเอาชนะ คริส บาร์เนส ไปได้ในรอบชิงชนะเลิศไปได้ 265-195 ซึ่งเธอบอกว่า ขอให้แชมป์นี้เป็นแรงบันดาลใจให้นักกีฬาผู้หญิงทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจต่อไป โดยเธอหวังว่า จะมีโอากาสได้เห็นนักกีฬาผู้หญิงประสบความสำเร็จเหมือนกับผู้ชายในกีฬาชนิดอื่นๆ บ้าง

มิเชลล่า ฮัทชิสัน

Michaela-Hutchison
แม้กีฬาประเภทมวยปล้ำ อาจเป็นกีฬาที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้หญิงจะเล่นไม่ได้ โดยในปี 2006 มิเชลล่า ฮัทชิสัน หนึ่งในผู้หญิงที่เข้าร่วมศึกชิงแชมป์มวยปล้ำของรัฐ และเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำแชมป์ได้ จนทำให้ผู้คนในอลาสก้าต่างก็ยกย่องเธอมาก

แองกี้ ฟาน กรุนสเวน

Anky-van-Grunsven
ถึงจะเป็นกีฬาที่ไม่ได้แบ่งเพศ แต่เมื่อมีทั้งชายและหญิงเข้าแข่งขันก็มีต้องสักทีที่ผู้หญิงชนะบ้างแหละน่า แต่… เธอคนนี้ทำได้มากกว่านั้น เพราะสามารถคว้าแชมป์มาได้มากมายในกีฬาขี่ม้าทั้ง FEI World CupTM Dressage หรือโอลิมปิกเกมส์ ลองไปดูได้ใน Wiki นี่คือ ตำนานบนหลังม้าอีกคนหนึ่ง

ดานิก้า แพทริค

APTR_Danica-Patrick-3
มาถึงกีฬาสายซิ่งกันบ้าง แม้จะเคยมีแชมป์ผู้หญิงในสายออโต้มาแล้ว แต่กับเธอคนนี้ใช้เวลาน้อยในการก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ โดยหลังจากเข้าวงการมาในปี 2005 อีก 3 ปี ต่อมาในปี 2008 ในรายการ Japan Indy 300 สาวน้อยจากรัฐวิสคอนซิลคนนี้ก็โชว์ฟอร์มเทพจัดตำแหน่งแชมป์มา โดยเจ้าของประวัติศาสตร์แชมป์ผู้หญิงคนแรกของศึก Indy คนนี้ก็กล่าวว่า ”หลังจากรอคอยกันมาเนิ่นนาน ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริงแล้ว เป็นอะไรท่ี่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

บิลลี่ จีน คิง

The-Battle-of-the-Sexes-01
ตำนานนักเทนนิสหญิงอเมริกัน อดีตมืออันดับหนึ่งของโลกที่กลายมาเป็นชื่อเพลงสุดฮิตของราชาเพลงป๊อปอย่าง ไมเคิล แจ็คสัน ทำให้ต้อง บ็อบบี้ ริ๊กส์ ที่เป็นยอดนักเทนนิสชายอีกคนของวงการลูกสักหลาดต้องเสียหน้า เพราะตอนนั้น หลังจากเลิกเล่น เขาก็ยังมั่นใจในฝีมือตัวเอง แล้วก็ไปท้าแข่งกับ บิลลี่ จีน คิง ที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีที่สำคัญคนหนึ่งด้วย โดยหลังจากเอาชนะ บ็อบบี้ ริ๊กส์ ไป 6-4, 6-3 และ 6-3 เธอก็ออกมาพูดประโยคทองว่า “วงการเทนนิสหญิงคงล้าหลังไปอีก 50ปี แน่นอน ถ้าฉันไม่สามารถชนะในครั้งนี้ แล้วจะคงส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตัวเองของผู้หญิงทุกคนด้วย”

ซึ่งความหมายในนัยนั้นคือ การเรียกร้องค่าตัวนักกีฬาหญิงให้เท่ากับชาย และนั่นก็มีส่วนทำให้ความเท่าเทียมของทั้งสองเพศเกิดขึ้นในเวลาต่อมานั่นเอง

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก therichest.com, nydailynews.com