เหมือนมาก! สนีคเกอร์สีขาว ขอบเขียว 3 แบรนด์ดัง อะไรยังไง?

CV-3-classic-white-sneakers

เชื่อว่าหลายคนก็มีแบรนด์ในใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าต้องเลือกสนีคเกอร์สีขาว ขอบเขียว  ดีไซน์สุดคลาสสิกจาก 3 แบรนด์ดังอย่าง Nike, adidas และ Reebok 

และเมื่อความคลาสสิกในยุคเก่ามาโลดแล่นอยู่ในยุคปัจจุบัน แถมยังเป็นไอเท็มที่แมตช์กับลุคได้ง่ายอีกด้วย กับสนีคเกอร์สีขาว ขอบเขียวที่ส้นรองเท้า ซึ่งถ้าไม่ดูแบบละเอียดก็จะคิดว่าเป็นแบรนด์เดียวกัน แหมม! คนออกแบบนี่ก็ช่างใจตรงกันซะเหลือเกิน เอาเป็นว่าลองไปดูแต่ละรุ่นให้ชัดกันดีกว่าว่าจะเหมือนกันแค่ไหน แตกต่างกันตรงไหน แต่ละแบรนด์ของตัวเองมีอะไรโดดเด่น จึงทำให้สาวกสนีคเกอร์ทั้งหลายต่างสนใจ

เริ่มกันที่ตัวแรกก่อนเลย  Nike Tennis Classic Ultra Wimbledon QS

ราคาประมาณ 4,200.-

NIKETENNIS_1

โมเดลสุดคลาสสิครองเท้าผ้าใบเรโทรในตำนาน เป็นรองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งเทนนิส  Wimbledon ที่ลอนดอน ซึ่งโด่งดังเมื่อปี  1987  ผลิตจากวัสดุหนัง ตัวรองเท้าเป็นสีขาวล้วน ส่วนสีเขียวก็มาจากสนามเทนนิสนั่นเอง ตัวพื้นรองเท้าเป็นแคปซูลยางที่ทนทาน ช่วยในการทรงตัวและการรองรับได้ดีขึ้น แถมตัวดอกยางลึก ทำให้วิ่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ  Nike Tennis Classic Ultra Wimbledon QS  เรียกว่าเป็นรุ่นแรกๆ ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย แถมตอนนี้ใครที่เล่นรองเท้าผ้าใบ สนีคเกอร์แบบคลาสสิก รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่คนกำลังมองหา และถ้าเป็นสีที่เป็นออริจินัลราคาก็อาจจะสูงขึ้นตามลำดับ

This slideshow requires JavaScript.

ตัวที่สอง  adidas Stan Smith

ราคาประมาณ 3,900.-

adidas_2

กลับมาฮอตฮิตอีกครั้งสำหรับรองเท้าสนีคเกอร์ระดับตำนานในยุค 70s ถูกผลิตขึ้นเมื่อปี 1963 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นรองเท้าหนังสีขาวล้วนธรรมดา และก็ถูกออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1965 โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Adidas   HAILLET (Robert Haillet) เป็นรองเท้าหนังเน้นที่ความเรียบง่าย รูปทรงคลาสสิค แถมเป็นรุ่นที่ไม่มีแถบสามแถบที่เป็นเอกลักษณ์ของอาดิดาส แต่จะเปลี่ยนเป็นรูระบายอากาศดีไซน์ทะแยงสามเส้นแทน ส่วนลิ้นรองเท้าจะมีชื่อรุ่น พร้อมรูปของนักเทนนิสเป็นกราฟฟิคลายเส้นสลักอยู่ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น adidas Stan Smith (ปี 1988)   ซึ่งเป็นนักเทนนิสชื่อดัง (อาดิดาสให้เขามามีส่วนรวม พร้อมทั้งสลักหน้าเขาที่ลิ้นรองเท้าด้วย) ซึ่งเขาเป็นนักเทนนิสอับดับหนึ่งของโลกชาวอเมริกันที่มือชื่อเสียงมากในช่วงยุค  60s  และ  70s อีกด้วย แถมหลังจากเปลี่ยนชื่อแล้ว รองเท้าคู่นี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี ยอดขายถล่มทลาย

This slideshow requires JavaScript.

และตัวสุดท้าย Reebok CLUB C 85 EL

ราคาประมาณ 5,200.-

reebok_5

คู่นี้เองก็เช่นกันได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าเทนนิส ที่ผลิตขึ้นเมื่อปี  1985 จากแบรนด์ชื่อดังบนเกาะอังกฤษอย่าง reebok สำหรับรองเท้ารุ่นนี้  Reebok CLUB C 85 EL  ตัวรองเท้าสีขาวดูเรียบง่าย ผลิตจากวัสดุหนังนิ่ม เล่นสีเขียวที่ขอบส้นรองเท้า ตัวพื้นรองเท้าเป็นแบบ  EVA ที่มีคุณสมบัติบางเบา นอกจากนี้แล้วยังรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แถมสมัยนี้เมื่อมีการนำกลับมารีเมคใหม่ ปรับเปลี่ยนชื่อห้อยท้ายรุ่น ดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นออริจินัล และตัววัสดุพื้นรองเท้าก็มีการปรับเปลี่ยนมากขึ้นกว่าเดิมคือ เพิ่มการยึดเกาะตามพื้นถนนทั่วไปและคอร์สกีฬาต่างๆ

This slideshow requires JavaScript.

เพราะความคลาสสิคและเรโทร ยังคงขายได้ตลอดในทุกยุคทุกสมัย สนีคเกอร์เหล่านี้จึงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ต้องดูให้ดีเพราะเดี๋ยวนี้ของปลอมมันออกมาเยอะ เหมือนซะจนดูไม่ออกว่าจริงหรือปลอม ส่วนเรื่องดีไซน์ที่ดูจะคล้ายกันของ 3 แบรนด์นี้ ก็คงเป็นรองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าเทนนิสนั่นเอง

ที่มา : ข้อมูลและภาพประกอบ  reebok , adidas , sivasdescalzo , sneakersnstuff , store.nike.com