ลองดูไหม? 5 ทริคเพิ่มสปีดในแบบที่ไม่ธรรมดา

TOULOUSE, FRANCE - JUNE 20: Gareth Bale of Wales runs with the ball in the Russa defense during the UEFA EURO 2016 Group B match between Russia and Wales at Stadium Municipal on June 20, 2016 in Toulouse, France.  (Photo by Ian Walton/Getty Images)

สำหรับใครที่ยังคิดว่าตัวเองวิ่งช้าหรืออยากเพิ่มความเร็วในการวิ่ง จะเพื่อเล่นกีฬาหรืออะไรก็แล้วแต่ ลองไปดูเคล็ดลับจาก 5 อย่างที่ต่างท่ี่มากันดู

โดยคำแนะนำเหล่านี้ มาจากแพทย์, นักสะกดจิต, โค้ชนักกีฬา, ทหาร หรือนักวิจัย ซึ่งก็ต่างวิธีกันไป ตามพื้นฐานของการศึกษาค้นคว้าหรือการฝึกนั่นเอง

คำแนะนำจาก ‘แพทย์’ : แบ่งเวลาให้การเดินบ้าง

คุณหมอ ผู้ที่เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของสมาคมเวชศาสตร์การแพทย์การกีฬาในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้คำแนะนำว่า หลังจากการฝึกสปริ๊นท์ในทุก 2-3 นาที ให้ทำการเดินเป็นระยะทางสั้นๆ ก่อน โดยใช้พลังให้คงที่ (ไม่ใช่เดินเล่น) แล้วค่อยสปริ๊นท์ต่อ โดยคุณหมอบอกว่า จะช่วยฟื้นฟูพลังในการวิ่ง และแน่นอน พลังที่กลับมา ก็จะนำมาซึ่งความเร็วด้วยเช่นกัน เป็นประโยชน์สำหรับกีฬาที่เน้นวิ่ง โดยเฉพาะจังหวะที่คุณต้องการเพิ่มสปีดอีกขั้น เพื่อวิ่งแซงหรือฉีกหนีคู่แข่ง เช่น กรีฑา หรือฟุตบอล เป็นต้น เหมาะกับทั้งการเพิ่มสปีดต้น, สปีดปลาย แล้วแต่ว่าอันไหนเป็นจุดอ่อน หรือจุดแข็งของคุณ

ที่มา: แพทย์หญิง เอมี่ พาวเวลล์ (บอร์ดบริหารสมาคมเวชศาสตร์การแพทย์การกีฬาประเทศสหรัฐอเมริกา)

GettyImages-861232056
คำแนะนำจาก ‘นักสะกดจิต’ : คิดภาพว่า วิ่งข้ามรั้ว

อันนี้ ถือว่าเป็นฝึกควบคุมจิต เพื่อดึงพลังแฝงของร่างกายออกมา โดยให้ฝึกคิดว่า เหมือนกำลังวิ่ง หรือกระโดดข้ามรั้วสบายๆ อารมณ์เหมือนตอนคุณจะไปนอน เพื่อคุณให้ก้าวข้ามอุปสรรคในจิตใจ ซึ่งบดบังศักยภาพที่แท้จริงของคุณอยู่ ด้วยการใช้จิตใจเป็นตัวนำร่างกาย ฟังดูแล้ว ยากเหมือนกันนะเนี่ย…

ที่มา: เคร็ก ซีกัล นักสะกดจิตด้านกีฬา

GettyImages-861704640
คำแนะนำจาก ‘ทหารเรือ’ : ให้ถ่วงน้ำหนักที่ข้อเท้า

หลายคนคงเคยรู้จักวิธีนี้ เพราะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ใช้วิธีนี้ และประสบความสำเร็จมากจนกลายเป็นหนึ่งนักเตะฝีเท้าจรวดของโลก โดยในกลุ่มชายชาติทหาร การใส่รองเท้าบู๊ตของพวกเขา ในระหว่างฝึก เป็นเหมือนการถ่วงน้ำหนักข้อเท้าไปในตัว ซึ่งในบางค่ายฝึกหนัก ถึงขนาดใส่ทั้งรองเท้าบู๊ต และผูกที่ถ่วงน้ำหนักด้วย สำหรับคนทั่วไป ก็เช่นกัน ลองฝึกวิ่ง (ใส่รองเท้า)ไปพร้อมที่ถ่วงน้ำหนักข้อเท้า ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ให้คิดว่ามีอะไรอยู่ที่ข้อเท้า ถ้าเป็นไปได้ ให้ใส่จนเคยชิน หลังจากนั้น พอถึงวันลงสนามจริง ขาคุณก็จะรู้สึกเบามาก และซอยเท้าได้ไวขึ้นหลายเท่า

ที่มา: ร้อยตรี ทาทัม วายาวานันดา (หน่วยนาวิกโยธิน สหรัฐอเมริกา)

GettyImages-146297262
คำแนะนำจาก ‘โค้ชนักวิ่ง’ : ให้ลองฝึกวิ่งลงจากเขา

ปกติ จะเห็นมีแต่เน้นวิ่งขึ้นเขา ซึ่งก็ถือว่า ดีเช่นกัน แต่สำหรับการวิ่งจากลงเขา เหมือนดูยากกว่าในแง่ของการคอนโทรลร่างกายให้มั่นคง และด้วยเส้นทางที่เป็นเนินต่ำลงเรื่อยๆ จะทำให้ขาของคุณต้องซอยเร็วกว่าปกติโดยอัตโมมัติ ซึ่งถือว่า ยอดเยี่ยมกับการสร้างความคุ้นเคยในการซอยเท้าแบบเร็วจี๋

ที่มา: แบลนด์ มัวร์ (โค้ชนักวิ่งนักมาราธอน)

GettyImages-545216106
คำแนะนำจาก ‘นักวิจัย’: ลองวิ่งไปฟังเพลงไปด้วย

แน่นอน ในระหว่างฟังเพลง เราก็เหมือนโดนสะกดจิตให้อยู่ในห้วงอารมณ์ของเพลงนั้น เพลงช้า ก็เศร้า หงอยเหงา ไม่อยากทำอะไร ส่วนเพลงเร็วนั้น จะทำให้คึกคัก อยากขยับร่างกายสักหน่อย โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษอย่าง บรูเนล ยูนิเวอร์ ซิตี้ ได้พบว่า จากการทดลอง กลุ่มนักวิ่งที่ซ้อมวิ่งไปพร้อมกับฟังเพลง ซึ่งมีบีทระหว่าง 120 – 140 บีท /นาที พอไปวิ่งจริง สามารถลดเวลาการวิ่งระยะ 400 เมตร ได้เฉลี่ยครึ่งวินาทีเลย…

ที่มา: ด็อกเตอร์ คอสต้า คาราจอร์กีส (บรูเนล ยูนิเวอร์ซิตี้)

GettyImages-497041632
ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก gettyimages.com