รีวิว ACE 16.1: ตัวเอ้สายคอนโทรลค่าย 3 แถบ

pic_1

ถึงจะไม่ใช่ตัวใหม่ล่าสุด แต่ขอบอกว่า สตั๊ด adidas ACE ยุคปัจจุบัน พัฒนามาอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ต่างแค่สีสันหรือดีไซน์บ้างเล็กน้อย

ที่สำคัญ ยิ่งมีข่าวว่า ปีหน้าอาจกลายเป็นยุคของอัปเปอร์ผ้าหรือ Primeknit แบบเต็มตัว ยิ่งอาจทำให้เวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์หายไปจากสารบบ และนี่อาจจะเป็นการรีวิวที่เหมาะกับคนที่กำลังหาสตั๊ดใหม่สักคู่เป็นครั้งแรกในชีวิต หรืออยากเก็บสะสมสตั๊ด adidas ACE เวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์ไว้เผื่อว่า…

โอเค! เกริ่นมาพอสมควรแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่า หลังจากทีมงาน Siamsport Gadgets ได้ adidas ACE 16.1 มาลองแล้ว รู้สึกยังไงกันบ้าง

pic_2
สำหรับคนที่ไม่เคยจับหรือสัมผัสกับ adidas ACE 16.1 เราจะขอแนะนำก่อนว่า แม้ adidas ไม่เคยบอกว่า นี่ก็คือ รุ่นที่สืบต่อตำนานของ Predator แต่ทั้งสองคือ สายคอนโทรลเหมือนกัน เพราะถูกสร้างมา เพื่อนักเตะบรรดากองกลางเป็นหลักเหมือนกัน โดยหน้าตาของ adidas ACE 16.1 นั้น จะดูเรียบหรู, สีจัดจ้าน ไม่เน้นจุดเด่นด้านใดหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ Predator จะออกแนวเข้มหลัง มีจุดเด่นเป็นโซนๆ แม้ช่วงหลังก่อนเลิกทำจะมีน้อยลงก็ตาม

โดย adidas ACE 16.1 นำเสนอจุดขายอย่าง NSG (Non-stop grip) ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนที่สัมผัสกับบอลเมื่อวางเท้าไว้บนลูกบอล ให้การเกาะยึดที่ดีกว่า รวมถึงควบคุมบอลได้เต็มที่ในทุกสภาวะ ด้วยพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบ 3 มิติ แต่ถ้าให้ไปเทียบกับ ACE 16+ PureControl เรื่องคอนโทรลลูกบอล เราชอบตัวนี้มากกว่าจากพื้นผิวที่สาก แต่อย่างว่า ACE 16+ PureControl เน้นความสบายของเท้าและสัมผัสอันแนบชิดมากกว่า

pic_5
ส่วนความรู้สึกภายใน ขอบอกว่า ถูกใจคนหน้าเท้ากว้างอย่างเรามาก (แม้จะดูเพรียวขึ้นหน่อยก็ตาม) เพราะก็ทำให้ไม่อึดอัดตามสไตล์สตั๊ด adidas ซึ่งเป็นขวัญใจคนเท้าอวบ แน่นอน ถ้าวัดตามหลักแอร์โรไดนามิก ความเพรียวลมอาจเป็นรองสตั๊ดทรงเรียวกว่านี้ แต่อย่าลืมนะว่า นี่เป็นสตั๊ดสายคอนโทรลเน้นควบคุมลูกบอล เพื่อทำเกม ที่สำคัญ เรื่องน้ำหนักนั้น ยังเบาลงกว่ารุ่น 15.1 ในระดับเดียวกับพวกสตั๊ดสายสปีดตัวท็อป โดยอันนี้ นับว่า น่าชื่นชมมาก

ขณะที่รายละเอียดยิบย่อยส่วนอื่นในหมวดอัปเปอร์หรือส่วนบนของรองเท้าคือ เชือกที่เล็ก, บางและสั้นดี ทำให้ลดความขรุขระได้มากเมื่อสัมผัสลูกบอลด้วยหลังเท้า ยิ่งบวกลิ้นรองเท้าบางและสั้น ทำให้สร้างความแนบชิดได้ดี  ปิดท้ายกับส่วนหุ้มข้อที่อวบหนา ซึ่งจะเซฟเท้าได้แบบอุ่นใจ ถ้าโดนเปิดปุ่มใส่

pic_4
มาว่ากันที่ส่วนล่างกันบ้าง เริ่มจากแผ่นรองเท้า ซึ่งทำด้วย EVA โฟม แม้พื้นผิวจะมีความลื่นบ้าง แต่ด้วยการเจาะรูแทบทั้งแผ่น ก็ช่วยเพิ่มแรงเสียดทานและระบายอากาศด้วย แต่จริงๆ แล้วประเด็นนี้ ไม่น่าเป็นปัญหาของคนหน้าเท้ากว้างมากนัก เพราะอย่างที่รู้กันว่า แค่ใส่เท้าเข้าไป ก็เต็มพื้นที่ภายในแล้ว

ด้านชุดพื้นของตัวที่เราได้รับมาเป็นแบบ FG (สนามหญ้าสั้น) ที่ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวเหมือนเคย แต่เป็นแบบ Sprintframe ซึ่งด้วยแกนกลางที่พลาสติกแข็งทั้ง 3 แกน ทำให้จังหวะการดีดตัววิ่งด้วยปลายเท้าทำได้เร็วขึ้น ส่วนปุ่มลงเหลือแค่ 11 ปุ่ม จากแต่ก่อนที่รวมปุ่มยิบย่อยแล้วเกือบ 20 ปุ่ม โดยช่วยลดการติดขัดในตอนจะวิ่ง เมื่อต้องเจอก้อนหินก้อนกรวด ส่วนไอ้เจ้าปุ่ม 1 ปุ่มที่กลางปลายเท้า ก็จะเป็นจุดค้ำในการลงน้ำหนักของฝ่าเท้าให้เกิดความสมดุล

pic_3
บทสรุป…

adidas ACE 16.1 คือ หนึ่งในสตั๊ดสายคอนโทรลระดับแนวหน้าของวงการ แม้จะไม่ได้เพอร์เฟ็คต์ 100% แต่อย่างที่รู้กันว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็คต์ สตั๊ดก็เช่นกัน แน่อน รุ่นนี้ เหมาะกับนักเตะกองกลางสายคุมเกม (โดยเฉพาะคนเท้ากว้าง) ไม่ว่าจะเป็นรุก หรือรับ เพราะมีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมลูกบอลได้ดี ด้วยอัปเปอร์ที่มีแรงเสียดทานสูง ทำให้จับกับพื้นผิวของลูกบอลได้นิ่งและดึงไปตามทิศทางที่ต้องการได้ค่อนข้างดีมาก หรือจะส่งบอลด้วยหลังเท้าก็ช่วยได้มากจากโซนเชือกและลิ้นรองเท้าซึ่งต่ำและบาง แถมชุดพื้นยังเสริมสปีดหรือการพุ่งทะยานได้ดี เมื่อกลับมาใช้ Sprintframe อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ก็เข้ามาของเทคโนโลยีอัปเปอร์ผ้าแบบ Primeknit ที่ตอบโจทย์เรื่องการคอนโทรลได้ดีพอกัน แต่มีความนุ่มกว่า อาจทำให้ตระกูลนี้ยุติการใช้งานหนังสังเคราะห์ลง ถ้าเป็นไปตามข่าว ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นกันชัดแล้ว ใน ACE 16+ PureControl ทำให้ adidas สนใจไปทางนั้นมากกว่า

pic_1
แต่ยังไงรุ่นนี้ ก็น่าเก็บ เพราะระยะหลัง adidas มาเร็วเคลมเร็ว อย่าง ACE เวอร์ชั่น 15.1 ออกมาได้ราวครึ่งปี ก็หายไปจากตลาดแล้ว คือ ถ้ารู้สึกหรือคิดว่า ตัวไหนเหมาะกับตัวเองแล้วอยากเก็บก็เก็บเลย ยิ่งกับของดีๆ แบบนี้ที่เป็นอาจเวอร์ชั่นสุดท้าย ในราคาที่ลดลงเกือบครึ่ง (4,794 บาท) จะเอาไหมล่ะ?

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและสินค้าสำหรับการถ่ายทำจาก adidas