สังเวียนเลือดโอลิมปิก? มวยสากลสมัครเล่นชายยุคไร้เฮดการ์ดป้องกัน

CV_BOXING_WS3

บางคนอาจรู้เหตุผลแล้ว… แต่บางคนที่ไม่ค่อยได้ติดตาม ก็คงอยากรู้ว่า ทำไมถึงมีการยกเลิกอุปกรณ์สุดเซฟอย่างเฮดการ์ด ซึ่งที่มาคือ…

วงการมวยสากลเกิดการปฏิวัติกฏกติกาครั้งใหญ่ หลังจาก อันวาร์ ชอดรี้ ประธานสหพันธ์มวยนานาชาติ/ไอบ้า (AIBA) ลงจากตำแหน่งแล้วได้ ชิง โก วู อดีตคณะกรรมการโอลิมปิกสากล/ไอโอซี (IOC) มานั่งแทนในปี 2006 ซึ่งเป็นที่มาของการเริ่มต้นปรับกฏกติกาบางข้อในกีฬามวยสากลสมัครเล่น…

GettyImages-589531414

เพราะคอนเซ็ปต์มวยสากลสมัครเล่นชายยุคใหม่เน้นการสร้างโอกาสให้นักมวลสากลสมัครเล่นกรุยทางไปสู่ระดับอาชีพด้วยการแข่งขันรูปแบบคล้ายกัน

GettyImages-589530738

เช่น การให้คะแนนที่ไม่ได้นั่งกดทีละหมัดแล้ว แต่ให้ตามภาพรวมจาก 3 ยก (ยกละ 3 นาที) ที่เปลี่ยนจาก 4 ยก (ยกละ 2 นาที) โดยข้อดีคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนน แค่ชกแต่ละยกให้เต็มที่ แลกได้แลก แต่ข้อที่น่ากังวลคือ การตัดสินจะอยู่ที่ดุลยพินิจของกรรมการล้วนๆ เลยว่า ทรงมวยใครเข้าตากว่ากัน…

GettyImages-589514044

แต่น่าสนใจกว่าคะแนน หนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยของนักมวย เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นประเภทต่อสู้ขั้นรุนแรง โดย ไอบ้า ได้เพิ่มความฮาร์ดคอร์เข้าไปอีก ด้วยการยกเลิกการใส่อุปกรณ์ป้องกันศรีษะหรือเฮดการ์ด ตั้งแต่ปี 2013 พร้อมกับอ้างเหตุผลว่า มันไม่ได้ช่วยลดการกระทบกระเทือนของสมองได้…

โดยอ้างอิงว่า มาจากการวิจัยของไอบ้าและสถาบันอิสระกว่า 30,000 รายการท่ี่ผ่านมาซึ่งสนับสนุนให้ยกเลิกเฮดการ์ด อีกทั้งพบว่า จากปี 2009-2013 มีการยุติการชก เพราะบาดแผลทางศรีษะลดลงถึง 43% เมื่อเทียบกับการใส่เฮดการ์ด สรุปคือ พอไม่ใส่เฮดการ์ด กลับทำให้บาดแผลบนศรีษะลดลงด้วย

GettyImages-589531480

และการแข่งขันแบบมีเฮดการ์ดครั้งล่าสุดของมวยสากลสมัครเล่นชายก็คือ ไอบ้า เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2013 ที่เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่วนในโอลิมปิก ก็เกือบ 32 ปี (1984) ที่เริ่มให้ใส่เฮดการ์ดในกีฬาประเภทมวย แต่ตอนนี้เรากลับเข้าสู่มวยโอลิมปิกยุคไร้เฮดการ์ดอีกครั้งหนึ่ง

แน่นอนว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยมากมาย โดยมองว่า แม้จะมองข้ามเรื่องการกระทบกระเทือนสมองไป แต่อย่างน้อยการใส่เฮดการ์ดก็สามารถช่วยลดแผลแตกหรือความรุนแรงลงได้ ที่สำคัญ ถ้าเจอการแข่งขันที่โปรแกรมค่อนข้างถี่ เช่น โอลิมปิก การไม่มีเฮดการ์ดช่วยอาจจะทำให้นักมวยบอบช้ำสะสมได้ง่าย…

GettyImages-589530338

คิดเอาว่า นักมวยสากลสมัครเล่น ชกเฉลี่ย 4-5 รอบใน 7-10 วัน ส่วนมวยสากลระดับอาชีพ มีความถี่ในการขึ้นชก 3-4 เดือนต่อไฟต์ ถือว่า ต่างกันเยอะ

งานนี้ ดูเหมือน ไอบ้า เปลี่ยนแนวทางมวยสากลสมัครเล่นให้เร้าใจขึ้น ทั้งการให้คะแนน เพื่อให้ขยันออกหมัดและเปิดแลก เพราะที่ผ่านมา บางคน พอรู้ว่า แต้มนำห่างแล้วเน้นวิ่งหนี แต่ตอนนี้เมื่อไม่มีใครรู้ว่า แต้มเป็นยังไง? ก็ทำให้ต้องเดินหน้าลุยกันจนครบยกแบบไร้เฮดการ์ดเหมือนกับมวยสากลอาชีพ

GettyImages-588948422

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักมวยหญิงยังคงใส่เฮดการ์ดอยู่ เหตุผลก็คงเพราะร่างกายผู้หญิงบอบบางกว่า ซึ่งอันนี้ ถือว่า ถูกต้อง เพราะโอลิมปิกเป็นการแข่งขันที่ไม่ได้เน้นเอาเป็นเอาตาย แต่สำหรับนักมวยชาย ด้วยความหวังดีของ ไอบ้า ซึ่งอยากให้นักมวยสากลสมัครเล่นต่อยอดไปสู่ระดับอาชีพได้ง่ายนั้น จะกลับกลายเป็นดาบสองคม ทำให้มนต์เสน่ห์ของมหกรรมกีฬาแห่งมิตรภาพอย่างอย่างโอลิมปิก กลายเป็นสังเวียนเลือดหรือเปล่า? อันนี้น่าคิดนะ…

GettyImages-589530734

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก gettyimages.com, nytimes.com