เรื่องนี้พี่ห้าม : 3 กฎเหล็กเรื่องชุดแข่งของ FIFA ที่ต้องปฏิบัติตาม

cv-fifa-equipment-regulations-three-infamous-kit-cases-ws

แม้กฎเรื่องชุดของ FIFA จะมีอยู่มากมาย แต่ใช่ว่า พวกเขาจะตึงไปเสียหมด ยกเว้น 3 กรณีนี้ ซึ่งมีการเพ่งเล็งเป็นพิเศษจนเป็นข่าวดังในช่วงที่ผ่านมา

ดีไซน์ของชุดต้องเป๊ะตามแบบฉบับ

โดยกรณีแรก เกิดขึ้นเมื่อปี 2002 หรือประมาณ 15 ปีก่อน กับทีมชาติแคเมอรูน ที่ Puma ออกแบบชุดให้พวกเขา เป็นเสื้อแขนกุด ซึ่งถือเป็นทั้งการปฏิวัติและสร้างความแตกต่างให้วงการชุดฟุตบอล แถมพวกเขายังคว้าแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ในปี 2002 ได้อีก เรียกว่า เป็นเสื้อแห่งประวัติศาสตร์ด้วย

GettyImages-1574937
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง FIFA ได้ออกกฎว่า ห้ามทุกทีมใส่เสื้อแขนกุดลงแข่งขัน โดยถ้าทีมไหนฝ่าฝืน ก็จะถูกแบนจากการแข่งขันของ FIFA

แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบลงแค่นั้น อีกทั้งทำให้ FIFA เคืองกว่าเดิม เพราะในปี 2004 หรืออีก 2 ปีต่อมา ช่วง แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2004 และ ฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก ทีมชาติแคเมอรูน มีอีก 2 ประเด็นกับ FIFA คือ การฝืนกฎเรื่องห้ามใส่เสื้อทับ (แต่มีการนำเสื้อแขนกุดแบบเดิม มาสวมทับเสื้อยืดสีดำ เพื่อให้ดูมีแขนเสื้อ) และชุดของการแข่งขัน ที่ต้องมีการต้องแยกส่วนกันอย่างชัดเจน (แต่ดีไซน์ชุดใหม่ ให้เป็นเสื้อเย็บติดกับกางแบบชิ้นเดียว)

GettyImages-843489
GettyImages-2946393
แต่ทีมชาติแคเมอรูน ซึ่งอยู่ตอนนั้น อยู่ในช่วงการแข่งขัน แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2004 ได้แจ้งว่า คงทำชุดใหม่ไม่ทันแน่ ทำเอา FIFA โมโหมาก และประกาศตัดแต้มพวกเขาถึง 6 แต้มในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก ที่ถือเป็นเรื่องเสียหายมาก สำหรับทั้งทีมชาติแคเมอรูน และ Puma

จากเหตุการณ์นั้น ทำให้เกิดการฟ้องร้องกับ FIFA โดย Puma ซึ่งเป็นคู่กรณีในการต่อสู้กับ FIFA ได้ออกมาทำแคมเปญเรียกร้องความยุติธรรมให้กับทีมชาติแคเมอรูน รวมถึงกล่าวหา adidas ว่า มีความใกล้ชิดกับ FIFA และจงใจยุยง, ใส่ไฟ, ให้ร้าย แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องราวทุกอย่างก็จบลงด้วยดี โดยค่าปรับ 154,000 เหรียญสหรัฐฯ (เกือบ 5 ล้านบาท) ของ Puma นั้น ได้ถูกนำไปบริจาค เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาฟุตบอลในประเทศแคเมอรูน

โทนสีของชุดจะต้องต่างกันชัดเจน

การจะหาว่า adidas ใกล้ชิดสนิทสนมมีนอกมีในกับ FIFA อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก เพราะแม้แต่ชุดแข่งของทีมชาติสเปน ก็ยังโดนเพ่งเล็ง โดยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม FIFA ได้แจ้งให้ทีมชาติสเปน หาชุดแบบที่ 3 สีขาวมาใช้ด้วย เพราะเสื้อทีมเหย้า กับทีมเยือนนั้น มีโทนสีเข้มเหมือนกัน (แดงเข้มกับดำ) โดยตามกฎแล้ว ชุดแข่งขันแต่ละชุด โทนสีต้องต่างกันชัดเจน ถ้าชุดหนึ่งใช้โทนเข้ม อีกชุดหนึ่ง ก็ต้องเป็นสีโทนสว่าง

GettyImages-450824468
GettyImages-451101908
โดย adidas เร่งทำชุดแบบที่ 3 เวอร์ชั่นโทนสีขาว ออกมาใช้งานเป็นการด่วน และไม่ได้มีการทำออกมาขายให้แฟนบอลกระทิงดุแต่อย่างใด เพราะนัดแรกของกลุ่ม B ของฟุตบอลโลก 2014 พวกเขาต้องเจอทีมชาติฮอลแลนด์ ที่มาในชุดโทนสีน้ำเงินเข้ม คือ ชุดนั้น จะต้องเป็นชุดโทนสว่างเจอโทนเข้ม

GettyImages-450566692
แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ ตอนทีมชาติสเปนเจอทีมชาติฮอลแลนด์ ยังใส่ชุดเหย้า-เยือน (ส้มเข้มกับกรมท่า) ได้ ไม่เห็น FIFA จะออกมาว่า

แขนเสื้่อแต่ละข้างต้องไม่ต่างสีกัน

ทีมชาติฝรั่งเศส จับมือกับ Nike ออกแบบชุดแข่ง โดยตัวชุดเยือน มีแขนเสื้อข้างเป็นโทนสีแดง อีกข้างหนึ่งเป็นโทนสีน้ำเงิน จากสีของธงชาติ เพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 เมื่อปีก่อน แต่แล้ว UEFA องค์กรลูกของ FIFA ได้ออกมาแจ้งให้ทีมชาติฝรั่งเศส เปลี่ยนเสื้อเป็นสีใหม่บัดเดี๋ยวนี้เลย

France-euro-2016-away-kit
ในการแข่งขันกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รอบแบ่งกลุ่ม จึงได้เห็นทีมชาติฝรั่งเศสสวมเสื้อโทนสีขาว โดยตรงแขน จะออกเป็นสีเทา/สีน้ำชาแบบเบาบาง

GettyImages-541463108

งานนี้ทำเอา Nike ต้องกลับไปทบทวนงานดีไซน์ใหม่ว่า ตกหล่นอะไรไป? แต่กระนั้น โดยภาพรวมแล้ว ไม่ได้มีปัญหาจนต้องไปหา หรือทำชุดใหม่เพิ่ม

และนี่คือ ส่วนหนึ่งของ ความตึงของ FIFA ในเรื่องชุด หรือเสื้อ ว่ากันว่า เป็นเพราะทีมชาติแคเมอรูน ทำให้ FIFA ต้องเข้มงวดขึ้นทุกปี ถึงขนาดว่า ทีมชาติต่างๆ ต้องส่งแบบชุดมาให้ FIFA ตรวจก่อนล่วงหน้าถึง 1 ปี และว่ากันว่า อาจจะมีกฎใหม่เพิ่มเข้ามาอีกในอนาคตด้วย…

ที่มา: ขอบคุณภาพจาก gettyimages.com