เหลียวหลังแลหน้า: 4 ปีที่ผ่านมาของเทคโนโลยีอัปเปอร์ผ้าไนกี้ฟลายนิต

Screen-Shot-2014-04-28-at-8.22.01-PM

ครบรอบ 4 ปีของ ‘ฟลายนิต’ เทคโนโลยีอัปเปอร์ผ้าของรองเท้าจากไนกี้ มาดูกันซิว่า ที่มาที่ไปและอนาคตของสิ่งนี้เป็นยังไง?

สำหรับ ฟลายนิต (FlyKnit) ไนกี้ระบุว่า พวกเขาได้ทำวิจัยมากว่า 10 ปี เพื่อหาอะไรใหม่ๆ ให้วงการรองเท้า จนสำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อปี 2012 ซึ่งเปิดตัวด้วยรองเท้ารุ่น ฟลายนิต เรเซอร์ ที่ระบุว่า เป็นเสมือนกับผ้าคลุมเท้า ด้วยความหนาเพียงชั้นเดียวแบบไร้รอยต่อ

Nike-Flyknit-Racer-1

โดยที่มาคือ ความต้องการของนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาเข้ากับถุงเท้า ซึ่งไนกี้ก็ได้พัฒนาไหมพรมน้ำหนักเบาให้กลายเป็นวัสดุอันยืดหยุ่นและแข็งแรงพอสำหรับการเอามาทำอัปเปอร์รองเท้า ด้วยกลไกทางวิศกรรมด้านการถักทอชั้นสูงแบบละเอียดยิบเพื่อทำให้รองเท้าเบาและกระชับเมื่อสวมถุงเท้า อีกทั้งยังต้องคงรูปและไม่ย้วยเหมือนผ้าทั่วไป ซึ่งนั่นก็มีผลต่อการระบายอากาศด้วย

The-Story-Behind-Nike-Flyknit-Technology

จากนั้น ฟลายนิตก็ถูกถ่ายทอดออกมาในอีกหลากหลายรุ่น โดยตัวเด่น ประกอบด้วย เอชทีเอ็ม เทรนเนอร์ พลัสและฟลายนิต ชัคกา (ปี 2012), โคบี้ 9 เอลิท (2013), ไนกี้ มาจิสต้า, เวปอร์ อัลทิเมต, ฟลายนิต ซูม อกิลิตี้ (2014) โดยในปี 2015 มีิออกมาอีก 28 รุ่นใน 6 หมวดกีฬา (วิ่ง, ฝึกซ้อม, สปอร์ตแฟชั่น, ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล) แถมล่าสุดยังได้หมวดกอล์ฟเข้ามาในปี 2016 ซึ่งก็คือ ไนกี้ กอล์ฟ ชัคกา ที่รูปร่างหน้าตามาแนวโมเดิร์นล้ำยุคแต่กลับผสมผสานความคลาสสิคของสีดำ/ขาว เข้าไปด้วย

ทั้งนี้ เกียรติประวัติสำคัญของฟลายนิต ถ้าแบ่งออกเป็นบรรดาหมวดหมู่กีฬาสำคัญ จะมีทั้งรองเท้าฟุตบอล, วิ่งและบาสเก็ตบอล

33
เช่น มาจิสต้า ซึ่ง มาริโอ เกิร์ทเซ่ นักเตะทีมชาติเยอรมัน ใส่แล้วสร้างผลงานยิงประตูชัยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014,  ฟลายนิต เรเซอร์ ของ อาเบล คิรุย นักวิ่งมาราธอนจากเคนย่าที่ได้เหรียญเงินในศึกโอลิมปิก ณ กรุงลอนดอนปี 2012 รวมถึง โคบี้ 9 เอลิท ซิกเนเจอร์ของ โคบี้ ไบรอันท์ ผู้ที่ทำคะแนนได้มากสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของเอ็นบีเอ เรียกว่า ก็มีอะไรให้น่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย

โดยความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากคู่หู่อย่าง ฟลายไวร์ เส้นใยแบบเฉพาะที่พาดแนวตั้ง เพื่อช่วยให้รองเท้ากระชับและตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว ซึ่งการผสมผสานความนุ่มนวลของ ฟลายนิต และความมั่นคงจาก ฟลายไวร์ นอกจากจะช่วยให้สวมใส่ได้สบายเท้าแล้ว ยังก่อให้เกิดความสวยงามบริเวณอัปเปอร์ ราวกับมีดีเทลในด้านดีไซน์อันเรียบง่ายเพิ่มเข้ามาทำให้ดูสวยหรือเท่สะดุดตามากทีเดียว

New-Nike-Intense-Heat-Pack-Mercurial-Superfly

เมื่อเทียบกับของอีกค่าย ถือว่ามีความแตกต่างกันในรายละเอียดบางส่วน โดยของคู่แข่งรายสำคัญ พวกเขาเน้นทำอัปเปอร์ประเภท ‘นิต’ ออกมาเป็นแบบชิ้นเดียว ซึ่งที่ผ่านมา หลายสำนัก ยังยกให้ไนกี้เป็นต่อในเรื่องเทคโนโลยีอัปเปอร์ โดยทำให้อาดิดาสต้องขยับตัวเรื่องนี้พอสมควรในช่วงที่ผ่าน แต่อย่างไรก็ดี สำหรับเรื่องของดีไซน์ ว่ากันว่า อาดิดาสได้เปรียบในแง่ของความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นกว่า นั่นจึงทำให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อดีแตกต่างไป ใครสนใจแบบไหน ลองถามใจตัวเองดูให้ดี งานนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบล้วนๆ

ขณะที่อนาคตอันใกล้ มีข่าวไนกี้ว่า กำลังพัฒนาเทคโลโนยีล้ำสมัยอย่างเช่น การแปะแผ่นแสดงรูปภาพแบบ 3 มิติ ลงไปบนอัปเปอร์ โดยฟลายนิตจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แผนการนี้สำเร็จ แต่ยังทดสอบในเรื่องของความทนทานอยู่ ซึ่งก็หมายความว่า บางทีไนกี้อาจต้องพัฒนาฟลายนิตให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกจนนำมาสู่ความก้าวหน้าของอัปเปอร์ผ้าอีกระดับ  รอติดตามกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไร?

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก lyramag.blogspot.com, news.nike.com, soccer.com, footyheadlines.com, insidethesneakerbox.com