รู้หรือไหม? การจะเป็นนักเตะใน ‘พรีเมียร์ลีก’ ต้องมีความฟิตเฟิร์มระดับไหน?

cv-how-fit-are-premier-league-footballers-ws

การลงเล่นในลีกฟุตบอลที่ใช้พลังเยอะอย่าง ‘พรีเมียร์ลีก อังกฤษ’ นักเตะต้องฟิตต้องซ้อมกันแบบไหน? ถึงจะเอาอยู่ ลองมาติดตามกันดู

ว่ากันว่า นักเตะระดับแนวหน้าส่วนใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วิ่งกันเกิน 10 กม./เกม, สปริ้นท์เต็มฝีเท้าอย่างต่ำ 40 ครั้ง/เกม และวิ่งกันด้วยความเร็วเกิน 30 กม./ชม. ซึ่งนั่นก็เป็นผลผลิตจากความฟิตที่มาจากการฝึกซ้อมในหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อตอบรับโลกของเกมลูกหนังสมัยใหม่…

GettyImages-607412604
โดย แมทธิว มอนติ โคลอมโบ อดีตโค้ชด้านกายภาพของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กล่าวไว้ว่า การฝึกซ้อม เพื่อสร้างความฟิตสำหรับนักเตะในพรีเมียร์ลีกแม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างต่างกันไป แต่แนวคิดหรือคอนเซ็ปต์ของหน่วยงานด้านภายภาพของทีมส่วนใหญ่จะนิยมแบ่งออกเป็น 3 แบบก็คือ

-Aerobic โหมดภาพรวมของการฝึกซ้อมซึ่งเบาที่สุดใน 3 โหมด เพื่อจะทดสอบดูเรื่องสมรรถนะทั่วไป รวมถึงการวิ่งในระหว่างเกมของนักเตะแต่ละคน
-Anaerobic Immediate โหมดฉุกเฉิน เพื่อระเบิดพลังแบบเร่งด่วน เมื่อต้องทำการสปริ้นท์หรือเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า ตามเป้าหมายหรือการทำประตู
-Anaerobic Short-term โหมดเข้มข้น เพื่อดูขีดความสามารถของนักเตะในการรับมือความหนักหน่วงซ้ำๆ ระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ

GettyImages-630726468
ปล. Aerobic คือ การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนจะไปถึงจุดที่หนักหน่วงขึ้นอย่าง Anaerobic ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจน แต่ใช้ไกลโครเจนหรือพลังงานที่อยู่ในเซลลส์ของกล้ามเนื้อแทนซึ่งถือว่า เป็นพลังงานที่มีจำกัดในร่างกาย

”ในโหมด Aerobic ต้องทำให้ได้ 50-70% จากความเร็วสูงสุดของตัวเอง, โหมด Anaerobic Immediate สัก 85% แล้วก็ Anaerobic Short-term 70-85%” แมทธิว มอนติ โคลอมโบ กล่าว แต่ความหนักหน่วงไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเป้าหมายของการฝึกซ้อมในทุกๆ วันของนักเตะเหล่านี้คือ…

”เพื่อให้ร่างกายแบกรับความหนักหน่วงได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในการลงเล่นหรือแม้แต่ตอนที่ฝึกซ้อม ซึ่งก็จะดูเรื่องการฟื้นฟูและขีดจำกัดของร่างกายด้วย”

GettyImages-630718790
เอาล่ะ มาดูอะไรที่ชัดเจนขึ้นดีกว่าว่า สมรรถนะของนักเตะในลีกสูงสุดกับรองลงไปจะต่างกันแค่ไหน? ในการฝึกซ้อมแต่ละแบบ? (แล้วเทียบกับตัวเองดู)

ระดับการฝึกซ้อม: Aerobic
รูปแบบ:
วิ่งซิกแซกกลับไป-กลับมาผ่านกรวยที่ตั้งไว้ 10 อัน ซึ่งแต่ละอันจะว่างห่างกันอันละ 10 เมตร ตามระยะทางตรง 100 เมตร ภายในเวลา 4 นาที

GettyImages-531216984
นักเตะ ลีกผู้ใหญ่มาตราฐาน = เฉลี่ย  1,100 เมตร

นักเตะ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ = เฉลี่ย  1,200 เมตร

นักเตะ พรีเมียร์ ลีก = เฉลี่ย  1,300 เมตรขึ้นไป

ระดับการฝึกซ้อม: Anaerobic Immediate
รูปแบบ: วิ่งเต็มฝีเท้า 100 เมตร (หรือตามความยาวสนามฟุตบอลปกติ) กลับไป-กลับมา 6-8 รอบต่อครั้ง พัก 40 วินาที วิ่งใหม่ แล้วค่อยมาหาค่าเฉลี่ย

นักเตะ ลีกผู้ใหญ่มาตราฐาน = เฉลี่ย 16 วินาที/100 เมตร

นักเตะ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ =  เฉลี่ย 14 วินาที/100 เมตร

นักเตะ พรีเมียร์ ลีก = เฉลี่ย  12 วินาที/100 เมตร

ระดับการฝึกซ้อม: Anaerobic Short-term
รูปแบบ: ตั้งกรวย 5 อันในทางตรง 25 เมตร เมื่อวิ่งถึงกรวยแต่ละอัน ก็ให้กลับมาเริ่มใหม่ จนถึงอันสุดท้ายใน 30 วินาที ทำสัก 6 รอบ ค่อยมาหาค่าเฉลี่ย

GettyImages-610621448
นักเตะ ลีกผู้ใหญ่มาตราฐาน = เฉลี่ย  100 เมตร

นักเตะ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ = เฉลี่ย  110 เมตร

นักเตะ พรีเมียร์ ลีก = เฉลี่ย  125 เมตร

ปล. การวัดสมรรถนะแบบนี้ อาจใช้เสื้อที่ติด GPS เพื่อวัดทั้งความเร็วและระยะทางที่วิ่งได้ ซึ่งก็จะไปโชว์บนจอคอมของทีมงานสต๊าฟโค้ช

นี่คือ เรื่องสมรรถนะะคร่าวๆ ของนักเตะในลีกอังกฤษ ต้องบอกว่า ไม่ง่ายเหมือนกันนะ กว่าจะได้ค่าแรงหลักหมื่นหลักแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ คือ นอกจากฟอร์มหรือทักษะของนักเตะ ความฟิต ก็เป็นสิ่งที่ทุกทีมให้ความสำคัญ เพื่อให้เข้าแทคติกหรือรูปเกมที่เร็วในลีกอังกฤษนั่นเอง

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก telegraph.co.uk, gettyimages.com