Kits Clash Battle: ใครชนใคร? สีเสื้อทีมในยูโร

euro-2016-kits-overview

หลังจากบาร์ซ่าและแอตฯ มาดริดต้องใส่ชุดเยือนทั้งสองทีมในเกมยูซีแอล เลยทำให้นึกไปถึงศึกยูโรที่ดูจะมีชนกันเยอะเรื่องสีชุด
โดยเราจะแบ่งศึกระหว่างสีของชุดแข่งให้แบบไม่แยกกลุ่ม เพราะต้องเผื่อไว้ในกรณีที่ทุกทีมอาจจะสามารถผ่านเข้ารอบมาเจอกันได้

ชุดโทนสีแดง (12 ทีม)
-สเปน (เหย้า)
-รัสเซีย (เหย้า)
-เวลส์ (เหย้า)
-อัลเบเนีย (เหย้า)
-สาธารณรัฐเช็ก (เหย้า)
-สวิตเซอร์แลนด์ (เหย้า)
-ตุรกี (เหย้า)
-ออสเตรีย (เหย้า)
-โปรตุเกส (เหย้า)
-ฮังการี (เหย้า)
-เบลเยียม (เหย้า)
*โครเอเชีย (เหย้า)

This slideshow requires JavaScript.

ชุดโทนสีขาว (5 ทีม)
-อังกฤษ (เหย้า)
-สโลวาเกีย (เหย้า)
-เยอรมัน (เหย้า)
-โปแลนด์ (เหย้า)
*โครเอเชีย (เหย้า)

This slideshow requires JavaScript.

ชุดโทนสีฟ้า/น้ำเงิน (3 ทีม)
-อิตาลี (เหย้า)
-ฝรั่งเศส (เหย้า)
-ไอซ์แลนด์ (เหย้า)

This slideshow requires JavaScript.

ชุดโทนสีเหลือง (2 ทีม)
-โรมาเนีย (เหย้า)
-สวีเดน (เหย้า)
-ยูเครน (เหย้า)

This slideshow requires JavaScript.

ชุดโทนสีเขียว (2 ทีม)
-ไอร์แลนด์ (เหย้า)
-ไอร์แลนด์เหนือ (เหย้า)

This slideshow requires JavaScript.

*สำหรับชุดที่ใช้ในการแข่งขันของทีมชาติโครเอเชีย มีทั้งสีแดงและขาวในตัว จึงจัดอยู่ในสองโทนสีที่คาบเกี่ยวกันอยู่

ทั้งนี้ ปกติแล้ว ถ้าแข่งบ้านใคร ทีมชาตินั้น ก็จะเป็นฝ่ายได้เลือกก่อน  แต่ถ้าเป็นทัวนาเม้นต์ระดับชาติที่มีเจ้าภาพหรือใช้สนามกลาง อย่าง ‘ฟุตบอลยูโร’ ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า เคยระบุไว้ว่า ถ้าพวกเขาหรือกรรมการมีความเห็นว่า ชุดแข่งของทั้ง 2 ทีมดูเหมือนกันจนอาจทำให้เกิดความสัับสน จะต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยผ่านความเห็นชอบจากทางยูฟ่ากับกรรมการซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุด

โดยที่น่าสนใจคือ กลุ่ม B ที่มีสีชุดแข่งตรงกันถึง 2 คู่ เลยทั้ง ‘รัสเซียกับเวลส์ (โทนสีแดง)’ และ ‘อังกฤษกับสโลวาเกีย (โทนสีขาว)’
หรือทีเด็ดกว่านั้น กลุุ่ม D ซึ่งทั้ง 4 ทีม ในกลุ่ม (สเปน, สาธารณรัฐเช็ก, ตุรกีและโครเอเชีย) มีชุดทีมเหย้าเป็นโทนสีแดงกันหมดเลย

งานนี้ ถ้าทีมไหนมีชุดเหย้าสีโทนเดียวกันแล้วได้เจอกันทั้งในรอบแบ่งกลุ่มหรือรอบลึก คงต้องมาลุ้นกันว่า ใครต้องหลีกทางให้ใคร แม้ที่สุดแล้ว ผลงานจะขึ้นอยู่กับฝีเท้า (หรืออาจจะดวงบ้างเล็กน้อย) แต่บางทีสีเสื้อหรือชุดก็มีผลกับความมั่นใจด้วยเหมือนทีมไทย

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก  nike.com, adidas.com, puma.com, macron.com, errea.it, umbro.com, footyheadlines.com