คุยเฟื่องเรื่องตำนาน: Nike Mercurial กับ 18 ปีบนเส้นทางสายสปีด

STO_5022_native_1600

เมื่อ Nike ปลุกกระแส Mercurial มาทำตลาด เราจึงไปจับเอาบทสัมภาษณ์ของผู้ดูแลสตั๊ดตระกูลนี้กับคำถามที่น่าสนใจมาให้ติดตามกัน

โดยบทสัมภาษณ์นี้ เกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง รีล มาดริด กับ แอตเลติโก มาดริด ในเมืองมิลาน ซึ่ง Nike ไปจัดอีเว้นท์ที่นั่น แถมดึงเอาซูเปอร์สตาร์ลูกหนังยุค 10 ปี ก่อนมาโชว์ตัว เพื่อโปรโมตสตั๊ด Mercurial Superfly V

แน่นอน ผู้ที่จะมาให้ข้อมูล ก็ต้องเป็นหัวเรือใหญ่ในด้านนี้ นั่นคือ แม็กซ์ บลาว รองประธานฝ่าย Nike Football Footwear ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นตามข่าวมาบ้างเวลามีรองเท้าฟุตบอล Nike เปิดตัวใหม่ โดยบทสัมภาษณ์นี้ถือว่า เป็นอะไรที่น่าสนใจทีเดียว

max-img-main

ทำไมสตั๊ดตระกูลนี้ ถึงกลายเป็นเฟร็นไชส์สำคัญของ Nike ตลอดหลายปีที่ผ่านมา?
ผมว่า สตั๊ดตระกูลนี้ไม่ได้มีอิทธิพลแค่กับฝั่ง Nike Football แต่รวมไปถึงในส่วน Footwear (รองเท้าทั่วไป) ด้วย โดยในหลายปีที่ผ่านมา Mercurial Superfly สร้างมาตราฐานไว้สูง ทั้งในแง่ของภาคอุตสหากรรมและวงการฟุตบอล แต่ละรุ่นที่ถูกปล่อยมา จึงมักถูกคาดหวังไว้สูงเสมอ ซึ่งนั่นก็ถือ ว่าเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับเรา เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ เป็นตำนานมาเกือบจะ 20 ปีแล้ว

โดยเป้าหมายของ Mercurial Superfly แต่ละครั้งคือ ต้องแตกต่างและดีกว่าเดิม ซึ่งผมเชื่อว่า ทีมงานที่ทำรุ่นแรกในปี 1998 ก็คิดเช่นนั้น นอกจากนี้ สิ่งที่ทำออกมา จะต้องได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้ใช้งานหรือคอลูกหนังด้วย ไม่ใช่แค่ในบริษัท Nike เท่านั้น…

r9-img1

คุณคิดว่า ตระกูล Mercurial จะสามารถมีวันนี้ได้ไหม ถ้าไม่มีโรนัลโด้ (บราซิล) R9?
ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความมือระหว่างกันนะ ตามความเห็นของผม ตัว โรนัลโด้ เอง เขาก็ต้องการสตั๊ดที่เหมาะกับความต้องการของเขา เพื่อรักษาความยอดเยี่ยมในเชิงกีฬาเอาไว้ โดยเขาเน้นเรื่องความเร็วของฝีเท้า แล้วเขาก็ทำได้ แถมสร้างมาตราฐานไว้สูงมากในช่วงปี 1998 สำหรับพวกเรา แต่อันที่จริง เขาเก่งมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้วล่ะ ก็น่าจะตั้งแต่ประมาณปี 1996 แล้วที่เขาเริ่มฉายแวว

GettyImages-52927212

ส่วนเรื่องความเร็ว ก็ยังคงมีวิวัฒนาการของมันต่อไป  ผมจำความรู้สึกเกี่ยวกับ โรนัลโด้ ในตอนนั้นได้เลยว่า เขามีบางอย่างที่พิเศษเหมือนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนนี้ โดยความสามารถของพวกเขา ไม่ใช่แค่เรื่องการเร่งฝีเท้า แต่เป็นการชะลอความเร็ว เพื่อสร้างพื้นที่ในการหลบหลีกคู่แข่งได้อีกด้วย เราจึงพยายามสร้างนวัตกรรม เพื่อให้พวกเขาสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากกว่านั้นได้อีก

เป็นเรื่องของโชคชะตาหรืออะไร? ที่ทำให้คริสเตียโน่เดินตามโรนัลโด้เป็นผู้นำเรื่องสตั๊ด
เราโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับสองคนนี้ ซึ่งพวกเขาเองก็คาดหวังกับเราไว้สูงมากในฐานะคนที่ทำสตั๊ดให้พวกเขาใส่ ทั้งสำหรับการฝึกซ้อมหรือในแง่ดีไซน์ เช่นเดียวกับที่พวกเขาคาดหวังในตัวเอง อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แรงบันดาลใจสำคัญของเขาคิือ ต้องการขยายขอบเขตของนวัตกรรม ซึ่งเขาทุ่มเทให้กับเรื่องนี้มากๆ ผมรู้ดีเพราะเราได้ใช้เวลาร่วมกัน โดยเขาก็อยากให้เราทำในสิ่งเดียวกัน

151213_NIKE_LIBERTY_CRISTIANO_RONALDO_PORTRAITS_005_STRAIGHT_lowres_rectangle_1600

เหมือนพวกคุณเน้นไปที่การสานต่อตำนาน Mercurial ท่ามกลางสตั๊ดทั้งหมด 4 ตระกูล
สตั๊ดทุกตระกูลของเราเน้นไปที่เรื่องความเร็วทั้งหมด ไม่ใช่แค่ Mercurial โดยแบรนด์เราให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องความเร็ว, การบุกตะลุยทุกรูปแบบเหมือนกับช่วงปี 1998 ที่เราใช้เวลาไปมากมายกับนักฬา เพื่อศึกษาวิธีการเล่นของเขาแล้วเอามาปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยในยุคนี้นักกีฬาต้องการมีทุกอย่างเหนือคู่แข่ง ทั้งเรื่องความฟิต, ความแข็งแรงหรือความเร็ว เพื่อให้เท่าทันสปีดของเกมที่เร็วขึ้น

max-img4

แล้วขอบเขตนวัตกรรมสำหรับสตั๊ดตระกูล Mercurial จะถูกผลักดันไปได้ไกลแค่ไหน?
บางทีผมก็มีความเชื่อว่า การทำลายอะไรบางอย่างจะนำไปสู่ความสร้างสรรค์ โดยระบบพิมพ์ของกีฬาแบบ 3 มิติ คือ ตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมที่สุด เราสามารถพัฒนาพื้นรองเท้าออกมาได้เลย เพราะรู้ว่า ยังไงผู้ใช้ต้องเลือกวัสดุคาร์บอน แต่เราทำได้ดีกว่านั้นและหนึ่งในสิ่งที่จะทำคือ สร้างสรรค์สิ่งที่สมบูรณ์แบบจากโครงสร้างร่างกายของมนุษย์แต่ละคน เรารู้ว่า พื้นรองเท้าที่แบนจะไม่ทรงพลังเท่ากับพื้นรองเท้าที่เข้ากับสรีระเท้าของคุณ และเราอาจจะใช้วัสดุอย่างอื่นเป็นตัวเลือกแทนคาร์บอนไฟเบอร์ แต่บางครั้งเราต้องหยุดทำในสิ่งที่กำลังไปได้สวยก่อน เพื่อมาทำในสิ่งที่น่าสนใจและมีศักยภาพมากกว่า เช่น การกลับมาสร้างสรรค์บางอย่าง ซึ่งดูเจ๋งเป้งอยู่แล้ว

Mercurial สามารถก้าวข้ามไปสู่โลกของสตรีทแวร์ได้อย่างสวยงาม คุณคิดว่า ยังไง?
ความจริงคือ Mercurial สามารถก้าวข้ามสู่โลกของสตรีทแวร์ได้ง่ายมากในหมวดรองเท้า เพราะตัวสินค้าก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า เราได้สร้างสรรค์ออกมาอย่างเป็นเอกลักษณ์จากจุดยืนที่เน้นความสวยงาม รวมไปถึงเรื่องความกระชับ, สัมผัส, การยึดเกาะ และสไตล์ของนวัตกรรมที่เรามักพูดถึงอยู่เสมอ ซึ่งนั่นทำให้ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าจะเปลี่ยนจากการสวมใส่ในสนามบอลมาเป็นตามท้องถนนแทน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับตระกูลนี้ได้รึเปล่า? ถ้าเขาเลิกเล่นแล้ว
แน่นอน… ผมก็หวังว่า จะเป็นแบบนั้น ผู้ชายคนนี้เขากลายเป็นตำนานไปแล้วทั้งนอกและในสนาม จากนี้ต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นปี 2022 หรือ 2030 นักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับสตั๊ดในตระกูล Mercurial

max-img5

(คำถามสุดท้าย) แล้วตำนานของ Mercurial คนต่อไปล่ะ?
เราคิดว่า เราจะได้เห็นความยอดเยี่ยมของของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากกว่านี้ เขาน่าจะมีปีที่ดีอีก 2-3 ปี นี่เขายังเร็วและแรงดีไม่มีตกเลยนะ ซึ่งถือว่า เราเป็นบริษัทที่โชคดีมากในฐานะแบรนด์ที่ได้ร่วมงานกับนักเตะขั้นเทพและมีผลงานสุดยอดแบบนี้ แต่เอาเป็นว่า เมื่อถึงเวลา เราก็จะมองหามาคนสืบทอดตำนานคนต่อไปอยู่แล้ว…

GettyImages-535047504

ที่มา: ขอบคุณบทสัมภาษณ์และภาพประกอบจากจากนิตยสาร soccerbible.com, gettyimages.com, nike.com