เจาะลึก: MERCURIAL SUPERFLY 360 และ MERCURIAL VAPOR 360 น้องใหม่ตระกูลเมอร์คิวเรียล

Mercurial Vapor 360

ไนกี้ ปลุกสัญชาตญาณแห่งความเร็วในทุกฝีเท้า MERCURIAL SUPERFLY 360  และ MERCURIAL VAPOR 360  ให้ผงาดครองทุกสนาม

เมื่อวันที่ 7 กุมภาฯ ที่ผ่านมา ไนกี้ เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลเจเนอเรชั่นใหม่จากตระกูลเมอร์คิวเรียล (MERCURIALเมอร์คิวเรียลซูเปอร์ฟลาย 360 (MERCURIAL SUPERFLY 360)” และรองเท้าฟุตบอล เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ 360 (MERCURIAL VAPOR 360) ที่มาพร้อมนวัตกรรมการออกแบบสำหรับนักเตะที่มีสัญชาตญาณแห่งความเร็วโดยเฉพาะ

  • เพราะความกระชับคือหัวใจพื้นฐานของความเร็ว

ไม่ว่ารองเท้าฟุตบอลนั้นจะก้าวล้ำเพียงใด สิ่งสำคัญที่นักออกแบบลืมไม่ได้คือข้อเท็จจริง ความกระชับคือหัวใจพื้นฐานของความเร็ว หากเท้าของนักฟุตบอลลื่นไถลขณะสวมใส่รองเท้าแม้เพียง 1 มิลลิเมตร ศักยภาพในการวิ่งให้เร็วของนักฟุตบอลจะตกลงทันที ด้วยเหตุนี้ ไนกี้จึงออกแบบรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลรุ่นใหม่โดยให้ความสำคัญกับความกระชับของรองเท้า และนวัตกรรมเส้นใยไนกี้ฟลายนิตช่วยให้นักออกแบบของไนกี้สามารถออกแบบทุกๆ รายละเอียดของรองเท้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รองเท้าฟุตบอลทั้งรุ่นเมอร์คิวเรียล ซูเปอร์ฟลาย 360 และเมอร์คิวเรียล เวเปอร์ 360 นั้นจะโอบรัดกับเท้าของผู้สวมใส่แต่ละคนอย่างพอดี เนื่องจากรองเท้าทั้งสองรุ่นผลิตจากเส้นใยไนกี้ฟลายนิต แม็กซ์ บลาว (Max Blau) รองประธานของไนกี้ฟุตบอลฟุตแวร์อธิบายหลักการทำงานดังกล่าวว่า “นวัตกรรมเส้นใยฟลายนิตจะช่วยให้รองเท้ากระชับกับเท้า ลดระยะห่างระหว่างเท้ากับแผ่นพื้นรองเท้า และในความเป็นจริงแล้วมันช่วยขจัดการใช้แผ่นพื้นรองเท้าไปได้เลย”

เนื่องจากไนกี้ไม่ได้ใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าแบบปกติ ไนกี้จึงต้องออกแบบช่องสำหรับสอดเท้าโดยใช้โครงสร้างภายในแบบพิเศษที่ยึดเกาะตัวกัน โดยโครงสร้างนี้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของผู้สวมใส่ และจะต้องทำการออกแบบให้พอดีกับเท้าของผู้สวมใส่แต่ละคนอย่างแท้จริงโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณ “เราคำนวณทุกองค์ประกอบของรองเท้าตระกูลเมอร์คิวเรียลรุ่นก่อนหน้าตามมาตรฐานของรองเท้าเบอร์ 9 แต่สำหรับรองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียล 360 นั้น เราสามารถออกแบบทุกองค์ประกอบให้พอดีกับผู้สวมใส่แต่ละคนได้อย่างแท้จริง” ลี จองวู (Jeongwoo Lee) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการออกแบบของไนกี้ฟุตบอลอธิบาย “โครงสร้างภายในของรองเท้าแต่ละขนาดจะแตกต่างกัน ซึ่งเราจะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับกระดูกเท้าของผู้สวมใส่แต่ละคน”

  • การยึดเกาะ เหนียวแน่นดั่งกรงเล็บชีตาร์ ออกตัวเร็วกว่าม้า

ไนกี้พัฒนาคุณสมบัติด้านการยึดเกาะของรองเท้าฟุตบอลรุ่นล่าสุดนี้ขึ้นใหม่ด้วยการจัดเรียงปุ่มสตั๊ดที่ส่วนหน้าเท้าและส้นเท้า ลีอธิบายอีกว่า “แรงบันดาลใจในการเรียงปุ่มสตั๊ดดังที่ปรากฎนี้นั้นมาจากชีตาร์ สัตว์บกที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก และการเรียงปุ่มสตั๊ดเช่นนี้ยังช่วยเสริมทั้งความเร็วและการยึดเกาะไปพร้อมกัน อีกทั้งยังมีลักษณะที่ดูเรียบง่ายและคล้ายคลึงกับอุ้งเท้าชีตาร์ “ส่วนหน้าเท้าที่ออกแบบให้ดูดุดันนั้นช่วยด้านความเร็วแม้ว่านักฟุตบอลจะเปลี่ยนทิศทางการวิ่งอย่างรวดเร็ว ส่วนปุ่มสตั๊ดที่ส้นเท้าก็ช่วยให้นักฟุตบอลหยุดได้อย่างทันท่วงทีในทุกขณะที่ต้องการ”

โครงสร้างส่วนใต้เท้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดจากไนกี้นี้มิได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น “รองเท้ารุ่นนี้มิได้ช่วยให้เท้าของนักฟุตบอลเป็นอุ้งเท้า แต่เป็นดั่งกรงเล็บ” บลาวเสริม “ข้อคิดเห็นที่เราได้รับจากนักฟุตบอลนั้นคือข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาอยากให้รองเท้าฟุตบอลมีลักษณะกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของเท้าในขณะที่สวมใส่”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) ชื่นชอบรองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียลซูเปอร์ฟลาย 360 มาก ทันที่เขาได้สวมใส่เป็นครั้งแรก เขาเล่าว่า “ตอนที่ผมเห็นรองเท้ารุ่นนี้ครั้งแรก ผมก็รู้เลยว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ต้องเป็นรองเท้ารุ่นที่ดีที่สุดแน่นอน เมื่อสวมใส่แล้วก็พอดีกับเท้าของผม ผมชอบทุกๆ อย่าง ทั้งวัสดุ รูปลักษณ์ และนวัตกรรม”

 Born Mercurial_Vapor12Elite_6

  • จับบอลอย่างนิ่มนวล ประสิทธิภาพเหนือระดับ ให้ความรู้สึกขณะสวมใส่ได้อย่างเยี่ยมยอด

เทคโนโลยีไนกี้ออลคอนดิชั่นส์คอนโทรล (ACC) ช่วยให้นักฟุตบอลรู้สึกดีเยี่ยมขณะที่สวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นเมอร์คิวเรียล 360 แต่เดิมนั้น เทคโนโลยี ACC จะเป็นสารเคลือบอยู่บนเส้นใยฟลายนิต แต่ในปัจจุบัน ไนกี้สามารถผสานสารเคลือบนี้ลงไปบนเส้นใยฟลายนิตได้ตั้งแต่กระบวนการผลิต ลดชั้นวัสดุที่ไม่จำเป็นลงไปได้อีก 1 ชั้น โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพของรองเท้าลง รองเท้าฟุตบอลรุ่นล่าสุดในตระกูลเมอร์คิวเรียลนี้จึงมีหน้ารองเท้าแบบโทนสีด้าน และนุ่มมากกว่ารองเท้ารุ่นก่อนหน้า แต่ยังสามารถใช้งานในสนามได้อย่างเยี่ยมยอดเหมือนเคย

  • รูปลักษณ์สวยสง่าอย่างมีสุนทรียะ

เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียล ไนกี้ออกแบบให้รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดนี้ให้ดูสวยสง่าอย่างมีสุนทรียะด้วยการสอดแทรกตราสัญลักษณ์ของไนกี้ขนาดเล็กไว้ที่หน้าเท้า และมีตราตัวอักษร “M” ที่ส้นเท้า  ลีเล่าที่มาของตัวอักษรที่ส้นเท้าว่า “นักฟุตบอลที่เลือกใช้รองเท้าตระกูลเมอร์คิวเรียลมักจะเป็นคนที่วิ่งได้เร็ว กองหลังที่ไล่ตามจึงมักเห็นแต่ตัวอักษร M ที่ส้นเท้า”

รองเท้าเมอร์คิวเรียลซูเปอร์ฟลาย 360 นั้นเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ใช้นวัตกรรมไดนามิก ฟิต คอลลาร์ คล้ายคลึงกับรองเท้าที่ไนกี้ออกแบบให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ใช้ตลอดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลในช่วงเร็วๆ นี้

รองเท้าฟุตบอลทั้งรุ่นซูเปอร์ฟลายและเวเปอร์นั้นตัดเย็บขึ้นอย่างเรียบง่าย มีตะเข็บเพียงเส้นเดียว ช่วยลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นของรองเท้าฟุตบอลลง ลีเล่าว่า “รองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียลมีจุดเด่นที่ความเรียบง่ายและออกแบบให้ทุกส่วนกลมกลืนกัน หากเราออกแบบรองเท้าได้อย่างถูกต้องแล้ว เราก็มิจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบใดเพิ่มเติมอีก”

  • สรรสร้างเพื่อคนที่เร็วที่สุดในสนาม

ตลอดเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา รองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลเป็นรองเท้าที่ไนกี้ออกแบบสำหรับนักฟุตบอลที่เร็วที่สุดในสนาม รองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้มีทั้งนวัตกรรมใหม่และแนวคิดใหม่ๆ อีกมากมาย รองเท้าฟุตบอลรุ่นเมอร์คิวเรียล 360 นั้น ยังรักษาขนบธรรมเนียมของรองเท้าฟุตบอลตระกูลเมอร์คิวเรียลไว้อย่างดีด้วยหลักการออกแบบแบบ 360 องศาที่ไนกี้จะนำไปประยุกต์ใช้กับรองเท้ากีฬารุ่นอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

“รองเท้ารุ่นนี้พอดีกับเท้าของผม นวัตกรรมการออกแบบ 360 องศานั้นสมบูรณ์แบบ รองเท้ารุ่นนี้สวมใส่ได้สบายและสวยงามด้วย เป็นทุกสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ” – คริสเตียโน่ โรนัลโด้

รองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียลซูเปอร์ฟลาย 360 และรองเท้าฟุตบอลเมอร์คิวเรียลเวเปอร์ 360 จะเผยโฉมสู่สายตาแฟนๆ ในเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ผ่านทางเว็บไซต์ nike.com

ที่มา : ข้อมูลและภาพประกอบ   Nike Thailnad