นิยามความแตกต่าง : ดีไซน์เสื้อทีมเยือนแต่ละชาติจาก PUMA และ adidas

cv-puma-and-adidas-revealed-world-cup-away-kit-ws

นอกจากในอดีตที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน จนถึงในปัจจุบันที่ยังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ล่าสุด ก็เปิดตัวเสื้อฟุตบอลทีมเยือนของทีมชาติในสังกัดในเวลาไล่เลี่ยกันอีก

โดยเป็น PUMA เปิดตัวออกมาก่อน หลังจากเพิ่งได้ทีมชาติเซอร์เบียมาอยู่ในสังกัด ซึ่งเท่าที่เห็นนั้น มีอยู่ประมาณ 10 ชาติ ตามภาพที่เห็นด้านล่างนี้

puma-away-kits-1
สำหรับทีมชาติ (ยักษ์ใหญ่ในโลกฟุตบอล) ในสังกัดของ Puma ในเซ็ตนี้ มี อุรุกวัย, สวิตเซอร์แลนด์, เซเนกัล, อิตาลี, เช็ก, ออสเตรีย, แคเมอรูน, กานา, ไอวอรี่ โคสต์ และเซอร์เบีย ซึ่งภาพรวมของดีไซน์ที่ออกมาเน้นความคลีน และใช้สีจากตราทีมชาติทำเป็นแถบตามคอเสื้่อ หรือที่หน้าอกบ้าง

ถามว่า ดีไซน์แบบนี้ ดูแล้วเป็นยังไง? คือ ต้องเข้าใจว่า บางที ด้วยจำนวนทีมชาติในสังกัดที่ได้ไปฟุตบอลโลก 2018 แค่ 4 ทีม (จากตอนแรกมี 3 ทีม) นี่อาจเป็นลดตุ้นทุนด้านดีไซน์ เพราะกว่าจะมีรายการใหญ่อีก ต้องเป็นปีหน้า สำหรับทีมชาติในสังกัด เช่น แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2019 หรือ ยูโร 2020

อีกประเด็นคือ อย่างที่รู้กัน ส่วนใหญ่ เสื้อเวอร์ชั่นทีมเยือน มักจะมียอดขายน้อยกว่าเสื้อเวอร์ชั่นทีมเหย้า จึงไม่แปลกที่อาจมีการให้ความสำคัญน้อยกว่า

โดย Puma ได้เลือกดีไซน์แบบมินิมอล หรือแนวเรียบง่ายแต่ดูดี ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนี้ ให้กับเสื้อทีมเยือนประจำปี 2018 ของทีมชาติในสังกัดไปก่อน และคาดว่า ปลายปีนี้ หรือต้นปี 2019 ทาง Puma จะมีการรีดีไซน์ โดยเฉพาะกับทีมชาติในทวีปแอฟริกาที่ไปลุย แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2019

มาที่ฝั่ง adidas บ้าง ปีนี้ ถือว่า เป็นผู้ผลิตชุดกีฬาเบอร์หนึ่งของ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 โดยมีทีมชาติอยู่ในสังกัดทั้งหมด 12 ทีม แต่สำหรับการเปิดตัวล่าสุด ไฮไลท์อยู่ที่ 9 ทีมชาติชื่อดัง จากหลากทวีป เช่น อาร์เจนติน่า, เบลเยี่ยม, โคลัมเบีย, เยอรมนี, เม็กซิโก, ญี่ปุ่น, สเปน, สวีเดน และรัสเซีย

และหลังจากที่เปิดตัวเสื้อเวอร์ชั่นทีมเหย้ามาได้สักระยะแล้ว ทาง adidas ก็เปิดตัวเซ็ตเสื้อฟุตบอลทีมเยือนของชาติในสังกัด ซึ่งถ้ามองจากดีไซน์แล้ว ถือว่า ให้ความใส่ใจพอสมควร อาจจะเพราะเป็นทีมชาติ ที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วย เลยต้องทำให้ดูดีสักหน่อย แม้เป็นตัวเวอร์ชั่นทีมเยือน

เสื้อทั้ง 8 ตัวนี้ ดีไซน์ตามแนวทางของ adidas ในช่วงหลังที่เน้นไปทางสายย้อนยุค หรือเรียกเท่ๆ ว่า เรโทร ทั้งในระดับสโมสร หรือทีมชาติ โดยได้ดึงเอาดีไซน์ของเสื้อยุคเก่าก่อนของแต่ละทีม มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเสื้อยุคใหม่ เช่น ญี่ปุ่นกับปี 1991, อาร์เจนติน่ากับปี 1980 และเยอรมนีกับปี 1990

โดยต้องชื่นชมว่า เซ็ตนี้ไม่มีเท็มเพลตตายตัวให้รู้สึก Same Same หลายตัว ทำมาดีกว่าที่คิดไว้ เช่น ญี่ปุ่น, เยอรมนี หรือรัสเซีย ซึ่งดูแล้วอาจสวยกว่าเสื้อทีมเยือนของบางชาติด้วยซ้ำในความคิดของเรา ซึ่งถือเป็นเรื่องดี โดยหลังจบทัวร์นาเมนต์นี้ การรีดีไซน์น่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงก่อน ยูโร 2020

2-russia-away-2018-world-cup
ภาพรวมของเสื้อจาก 2 ค่ายในปี 2018 ออกมาแตกต่างอย่างที่เห็น ซึ่งต้องยอมรับว่า แม้ PUMA จะมีชาติที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายไม่มาก แต่ถึงอย่างนั้น เสื้อบางตัวที่พวกเขาทำออกมา ก็ดูดีในแบบมินิมอลสไตล์ เช่น เซเนกัล หรือเซอร์เบีย ซึ่งมีการเติมดีเทลให้ดูดึงดูดมากชึ้น

ขณะที่ adidas ถือว่า จัดให้ทุกชาติอย่างเต็มที่แล้วตามที่ควรจะเป็น ซึ่งต้องรอดูอีกของ 2 ชาติ ทั้งอิหร่าน และอียิปต์ ว่าจะเป็นยังไงบ้าง?

ที่มา: ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก soccerbible.com, footyheadlines.com