รีวิว: นุ่มนวลทุกการเคลื่อนไหวกับรองเท้าวิ่ง LUNAREPIC LOW FLYKNIT 2

cv-nike-Zonal Strength

โด่งดังมาจากรุ่นก่อน พร้อมส่งต่อไอเท็มที่ดีขึ้นอีกขั้นกับ  Nike LunarEpic Low Flyknit 2  ดีไซน์แบบสวมที่ปรับใหม่  สวมใส่กระชับพอดีแบบไร้รอยต่อ

และครั้งนี้ทางเรา Siamsport Gadgets ก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย กับการได้รับเชิญให้ไปเทสต์รองเท้าวิ่ง  Nike LunarEpic Low Flyknit 2  ซึ่งครั้งนี้เราได้สัมผัสกับรองเท้าวิ่งสีเขียวสลับสีฟ้าดูสดใสไปทุกอณู และขอบอกก่อนว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย รูปทรงรองเท้าเหมือนกันหมด แต่ของผู้ชายจะเป็นขอบสีฟ้า (ถ้าใครยังไม่เคยเห็นรุ่นก่อนว่าเป็นอย่างไรลองคลิ๊กไปดูได้เลย Nike Lunarepic Low Flyknit )

Nike LunarEpic Low Flyknit 2

PENG7322

ซ้าย รองเท้าวิ่งผู้หญิง / ขวา รองเท้าวิ่งผู้ชาย

ซึ่งครั้งนอกจากได้เทสต์รองเท้าวิ่ง  Nike LunarEpic Low Flyknit 2  แล้ว ก็ยังมีโอกาสได้เทสต์กางเกงวิ่ง  Nike Zonal Strength Running Tights และ Nike Zonal Strength Training Tights  ไปพร้อมกันด้วย คือรอบนี้จักเต็มแบบสุดๆ ซึ่งเราเขียนรีวิวเรื่องกางเกงวิ่งไปแล้ว ( รีวิวกางเกงวิ่ง Zonal Strength ) แอบแปะไว้ให้ไปส่องกัน คือเมื่อทุกอย่างลงตัว ก็พร้อมออกสู่สมรภูมิลู่วิ่งเลยล่ะกัน และก่อนจะออกไปวิ่งทางไนกี้ก็ได้จัดเตรียมโค้ช, คุณหมอ และผู้ให้ความรู้เรื่องกางเกงวิ่ง รองเท้าวิ่งมาอีกเช่นเคย เมื่อความรู้แน่นปึก ก็มาถึงขั้นลงมือปฏิบัติ

NIKE LUNAREPIC LOW FLYKNIT 2_1

ก่อนการวิ่งหรือการออกกำลังกายทุกครั้งต้องมีการวอร์มกล้ามเนื้อกันก่อน   โดยเน้นการขยับลำตัว, หัวไหล่และขา ท่าละ 10 ครั้ง  เพื่อให้กล้ามเนื้อขยายตัว และลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง จากนั้นก็พร้อมเข้าสู่ลู่วิ่ง ซึ่งสถานที่ที่เราไปวิ่งนั้นไม่ใช่ลู่วิ่งพื้นสีแดงๆ แต่จะเป็นพื้นปูนแข็งในสวนเบญจกิติ ข้างศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คือมันก็ดีอย่างนะจะได้รู้ว่ารองเท้าวิ่งคู่นี้เหมาะกับพื้นผิวแบบไหนบ้าง ซึ่งเค้าก็บอกมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะวิ่งได้ทุกพื้นผิว และก่อนจะเชื่อว่ามันดีจริงหรือไม่ มันก็ต้องมีพิสูจน์กันก่อน

Nike LunarEpic Low Flyknit 2_17

สำหรับความรู้สึกที่ได้จาก Nike LunarEpic Low Flyknit 2  ซึ่งเราได้ทำการทดสอบการวิ่งที่สวนเบญจกิติไปประมาณ 3.6 กิโลเมตร แล้วกลับมาวิ่งต่อที่บ้านอีกราวๆ 3 กิโลเมตร ซึ่งพื้นผิวก็แตกต่างจากที่สวนเบญจกิติ เอาง่ายๆ ก็คืออยากรู้แหระว่ามันดีจริงไหม และเมื่อได้ลองสัมผัสมาก็ได้ความรู้สึกแบบ เหยแกรรร มันคือ ความนุ่มนวล เบาสบายเท้า กระชับมาก   ก็คงเป็นเพราะตัวอัปเปอร์ที่ได้จากเทคโนโลยี  Flyknit คือกระชับใส่สบายเท้า เสมือนเป็นถุงเท้า แทบจะไม่รู้สึกเลยว่าใส่รองเท้าอยู่ (น้ำหนัก 7.3 ออนซ์) และถ้าซูมเข้าไปที่ปลายรองเท้าจะเห็นว่าเป็นรูๆ มันคือรูระบายอากาศ แบบโปร่งๆ ช่วยเสริมการระบายอากาศ เหงื่อออกแค่ไหนก็ไม่เหนอะหนะ

NIKE-LUNAREPIC-LOW-FLYKNIT-2_15

แถมรุ่นนี้  Nike LunarEpic Low Flyknit 2  มาพร้อมดีไซน์แบบสวมปรับใหม่ สวมใส่กระชับพอดีแบบไร้รอยต่อให้เป็นไปตามธรรมชาติ ที่โค้งงอไปกับทุกท่วงท่าของการก้าววิ่ง คือมันเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่มีลิ้นรองเท้า และจากเทคโนโลยี Flywire เรายังสามารถดึงเชือกผูกรองเท้าได้ตามอิสระ เพื่อช่วยให้ใส่พอดี ล็อคกระชับมั่นคง  นอกจากนี้แล้วยังใช้ส่วนลดแรงกระแทก มีความหนานุ่มเป็นพิเศษและการรองรับอย่างตรงจุดเหมือนกับรุ่นเดิม คือวิ่งระยะไกลๆ ได้แบบสบายๆ ใครจะทำสถิติการวิ่งให้ไกลขึ้นรุ่นนี้ขอบอกว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก

NIKE LUNAREPIC LOW FLYKNIT 2_3

คราวนี้มาต่อกันที่พื้นสัมผัสกันบ้าง  เราเลยถ่ายเจาะแบบซูมมาให้เห็นกันจะๆ ไปเลยว่า พื้นรองเท้าที่ว่านี้มันพิเศษอย่างไร ด้านข้างแถบเส้นๆ คืออะไร ?

NIKE-LUNAREPIC-LOW-FLYKNIT-2_16

จากภาพแรกตัวพื้นรองเท้าด้านนอก ที่เป็นลอนๆ คือมันมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะทุกพื้นผิวถนน ตอนวิ่งรู้สึกได้เลยว่ามันรองรับแรงกดฝ่าเท้าได้เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มการกระจายแรงวิ่งได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งลายที่พื้นรองเท้าด้านนอกนี้เป็นการใช้เลเซอร์ออกแบบลวดลายและสร้างสรรค์ลายรองเท้าให้สอดคล้องกับแรงกดของฝ่าเท้า ช่วยให้เราวิ่งได้ดียิ่งขึ้น ไกลขึ้น มีสิถิติดีขึ้นกว่าเดิมอะไรทำนองนั้น

ส่วนภาพด้านขวามือ เป็นส่วนกลางของพื้นรองเท้า เป็นแบบ Lunarlon ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ Dual-Injection คือใช้โฟมลูนาร์ลอน 2 ชิ้นระหว่างโฟมนุ่มและแข็งประกบเข้าด้วยกัน แล้วอัดความร้อนแบบพิเศษให้เป็นชิ้นเดียวกัน และใช้เลเซอร์ออกแบบเส้นด้านข้างให้เป็นร่อง ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดแรงกระแทก ช่วยซับแรงกระทบ และถ่ายน้ำหนักจากส้นไปสู่ปลายเท้าได้อย่างลื่นไหล

Nike LunarEpic Low Flyknit 2

This slideshow requires JavaScript.

บทสรุป … 

สำหรับ  Nike LunarEpic Low Flyknit 2   ตัวนี้ โดยรวมแล้วเราว่าเหมาะกับนักวิ่งมืออาชีพ และนักวิ่งมือสมัครเล่นเป็นอย่างมาก คือมันตอบโจทย์ได้อย่างดี วิ่งได้ทุกพื้นผิวถนน แถมตอนวิ่งก็รู้สึกเบาสบายเท้า กระชับ ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี วิ่งได้นานขึ้น เดินเหินก็รู้สึกสบายเท้าไม่หนักหรือรู้สึกอึดอัด และเทคโนโลยีอย่าง Flyknit จากไนกี้ที่นำมาใช้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้คนจะเน้นใส่รองเท้าที่เบาสบายไม่หนักจนเกินไป ส่วนเรื่องราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่จับต้องได้สำหรับการวิ่งในระยะยาว ไม่ผิดหวังแน่นอน สนนราคาอยู่ที่คู่ล่ะ 5,800 บาท มีวางจำหน่ายที่ชอปไนกี้ทุกสาขา ไปจัดกันโล้ดดดด !!

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับการรีวิวจากบริษัท Nike ประเทศไทย 

**ไม่อนุญาตให้นำภาพไปใช้เพื่อการค้า การโฆษณาหรือกระทำการใดๆ ทั้งสิ้น