เปิดใจ CR7 : เรื่องราวของสตั๊ด/จุดเริ่มต้น/ความฝัน/ตำนาน

cv-rio-ferdinand-interviews-cr7-in-madrid-ws2

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจพูดคุยถึงชีวิตค้าแข้งหลังจากย้ายมาอยู่กับราชันชุดขาวในหลากหลายเรื่องราวตลอดเส้นทางลูกหนังที่เริ่มต้นจากดาวรุ่งสู่ระดับโลก


โดยการเปิดใจครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทาง ไนกี้ เมื่อพา ริโอ เฟอร์ดินานด์ พาไปเยือนบ้าน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อพูดคุยกันตามประสาเพื่อนเก่าแก่ และอดีตเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงเพื่อโปรโมตสตั๊ดตระกูล Mercurial ซึ่งอยู่เคียงคู่กับตัวเขามายาวนาน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจกับอดีตเพื่อนร่วมทีมปีศาจแดงว่า “วันที่ผมมาเปิดตัวที่มาดริด ผมรู้สึกประหลาดใจมาก ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีแฟน ๆ เดินทางมาต้อนรับเป็นจำนวนมหาศาลราวกับเป็นวันแข่งเลยทีเดียว ผมรู้สึกภูมิใจมาก ผมตระหนักได้ทันทีเลยว่าฟุตบอลเปรียบเสมือนสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนที่นี่ ผมจึงบอกกับตัวเองว่าผมจะต้องแสดงฝีเท้าของผมและสร้างความแตกต่างให้ได้ ผมเริ่มต้นฤดูกาลแรกได้ดี และก็พัฒนาผลงานได้ดีขึ้นทุกซีซั่น แม้ว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ผมก็ไม่มีวันลืมแฟนๆ ทีมปีศาจแดงแน่นอน”

Nike_1
“ผมเรียนรู้ และฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้น และดียิ่งขึ้นไปอีกเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ผมคิดว่าถ้าคุณมีทั้งพรสวรรค์ และการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง คุณก็จะสามารถกลายเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่าให้ฟังถึงหนทางสู่การเป็นแข้งระดับโลก

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังได้พูดถึงเป้าหมายในชีวิตทั้งในและนอกสนามว่า “เป้าหมายในสนามของผมคือ การคว้าแชมป์เท่านั้น เพราะเราพยายามอย่างหนัก 10-11 เดือน ถ้าไม่ได้แชมป์ ทุกอย่างก็คงสูญเปล่า ผมอยากได้แชมป์เพื่อทีมและเพื่อตัวผมเอง ผมทุ่มตัวเองเต็มที่เพื่อสิ่งนี้ ส่วนเรื่องนอกสนามผมจะใช้เวลากับครอบครัว และเพื่อนๆ  และเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก”

ขณะที่เรื่องอาวุธคู่กายของเขาอย่างรองเท้าฟุตบอล Nike ตระกูล Mercurial นั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เล่าให้ฟังว่า “ผมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ผมถึงกับรู้สึกทึ่งในความสวยงามราวกับเพชรตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเห็น และทันทีที่ผมได้ลองใส่ลงสนาม ผมก็ไม่เคยเปลี่ยนใจเลยจนถึงทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่ามันเหมาะกับตัวผมเอง ใส่แล้วรู้สึกดี ทำให้ผมใช้ความเร็วได้เต็มที่ ยิงได้เต็มข้อ และมีความสวยงาม ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรองเท้ารุ่นนี้ และที่สำคัญผมยังคงเดินหน้าพังประตูคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง”

cr7-house-12-min
โดยล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ก็ได้รับสตั๊ดจาก Nike อีกคู่ ซึ่งเป็นตัวซิกเนเจอร์ตัวใหม่ที่สร้างจากตัวเขาเอง นั่นคือ Mercurial Superfly CR7 Chapter 5 : Cut to Brilliance ที่เราเคยลงข่าวไปแล้ว และตอนนี้ เขาก็กำลังทดลองใส่ตัวต้นแบบสำหรับรุ่นใหม่ในช่วงฟุตบอลโลก 2018 ด้วย

“รองเท้าทุกคู่ต่างก็มีเรื่องราวในตัวมันเอง เช่นเดียวกับรองเท้าคู่นี้ ผมตั้งใจให้มีคำว่า El Sueño Del Niño แปลว่าความฝันในวัยเยาว์ เพื่อแสดงถึงความฝันของผมที่เป็นจริงขึ้นมาจากการได้ย้ายมาร่วมทัพ ‘โลส บลังโกส’ ซึ่งแมตช์แรกที่ผมใส่รองเท้าคู่นี้ผมก็ทำได้ 2 ประตูทันที และผมก็อยากที่จะสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันต่อไปด้วย” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กล่าวทิ้งท้าย

ส่วน ริโอ เฟอร์ดินานด์ พูดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สมัยอยู่ร่วมชายคา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่า “โรนัลโด้ ย้ายมาร่วมทีมในวัย 18 ปี พร้อมกับฝีเท้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ ทุกคนในทีมต่างก็รู้ดีว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เขากล้าเล่น ขอบอลตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะโดนสกัดล้มลงกี่ครั้ง เขาก็ยังลุกขึ้นโดยไม่บ่นสักคำ ความกระตือรือร้นของเขาเพิ่มขึ้นตลอด เขามีทุกอย่างทั้งทักษะ ทัศนคติ และสมาธิ ที่หล่อหลอมให้เขาเป็นสุดยอดนักเตะอย่างทุกวันนี้ เมื่อปี 2003 เขาย้ายมาที่แมนเชสเตอร์เพื่อโชว์ลีลาสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอล แต่เขาย้ายออกไปในฐานะยอดผู้เล่นที่แท้จริงที่คำนึงถึงการทำประตู และการคว้าชัยให้ทีมเป็นอันดับแรก ในช่วงปี 2000 การทำประตูราว ๆ 25-30 ประตู ถือเป็นมาตรฐานทั่วไป แต่ โคริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือผู้ที่สร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยการทำฤดูกาลละ 50 ประตูในทุกรายการ ซึ่งอัตราการพังประตูต่อเกมของเขาก็ทำให้เราประหลาดใจ”

Nike_2
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือ มาตรฐานใหม่ ผลงานของเขาโดดเด่นกว่าตำนานหลายคน และเด็กรุ่นใหม่ก็มองเขาเป็นไอดอล เช่น คีเลียน เอ็มบับเป้, อุสมาน เด็มเบเล่ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ต่างยกให้เขาเป็นแรงบันดาลใจที่ยากจะมีใครมาทัดเทียม อย่ามองแค่ความสำเร็จในสนาม อยากให้ดูที่ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของเขาด้วย สิ่งที่เราเห็นในตัวเขา คือส่วนผสมของพรแสวงและพรสวรรค์ในสนามอย่างแท้จริง” ริโอ เฟอร์ดินานด์ กล่าวทิ้งท้ายไว้

cr7-house-10-min
ที่มา: ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก nike.com, soccerbible.com