ประมาณนี้รึเปล่า? สาเหตุที่ยังไม่รู้ทางลงเรื่องสตั๊ดของ ‘โรเมโล ลูกากู’

MANCHESTER, ENGLAND - NOVEMBER 25:  Jose Mourinho, Manager of Manchester United speaks with Romelu Lukaku during the Premier League match between Manchester United and Brighton and Hove Albion at Old Trafford on November 25, 2017 in Manchester, England.  (Photo by Gareth Copley/Getty Images)

หลังโดน ‘โชเซ่ มูริญโญ่’ แซวเรื่องเท้าบอดกับการหาสัญญาเรื่องสตั๊ด ก็มีประเด็นว่า แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องสตั๊ดของกองหน้าร่างยักษ์ผู้นี้?

โดย โรเมโล ลูกากู กองหน้า ทีมชาติเบลเยี่ยม และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หมดสัญญากับ Nike มาตั้งแต่ 2016 หรือปีก่อน โดยมีข่าว adidas สปอนเซอร์ชุดของทีม พยายามยื่นข้อเสนอให้ หลังย้ายเข้ามาโลดแล่นโรงละครแห่งความฝัน แต่จนแล้วจนรอด ผ่านมาหลายเดือน ก็ยังไม่มีสัญญาเกิดขึ้น

GettyImages-875808460
สำหรับ โรเมโล ลูกากู หลังหมดสัญญาเรื่องสตั๊ด ก็หาอะไรใส่ไปเรื่อย โดยตัวที่เขาชอบใส่ ก็คือ สตั๊ดอย่าง adidas X 16 และตัว Nike Mercurial / Hypervenom Phantom 3 ที่ใส่มาให้เห็นเป็นระยะๆ อย่างเช่น เกมกับ วัตฟอร์ต นั่นแหละ แต่เป็นตัวแบล็คเอ้าท์ ซึ่งพูดกันตามตรงแล้ว นี่คือ วิธีล่อสปอนเซอร์ให้สนใจว่า เขายังว่างอยู่ เข้ามาคุยเรื่องสัญญาได้ โดยก็อาจต้องจ่ายหนักสักหน่อย สำหรับกองหน้าระดับค่าตัว 90 ล้านปอนด์อย่างเขา

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 โรเมโล ลูกากู เริ่มต้นใส่ Puma evoSPEED สลับกับ Nike Hypervenom และ adidas X วนกันอยู่ประมาณนี้ แล้วก็มี Nike Mercurial บ้าง โดยถือว่า โรเมโล ลูกากู เป็นนักฟุตบอลชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนสตั๊ดเป็นว่าเล่นในตอนนี้เลย

และนั่น ทำให้มีการมองว่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีปัญหากับทั้งการหาสปอนเซอร์ รวมถึงฟอร์มการเล่นในบางครั้ง เพราะเรื่องของสตั๊ดนี่แหละ

ตามปกติแล้ว ถ้าคุณเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียง และใส่สตั๊ดสักแบรนด์เป็นประจำ แบรนด์นั้น จะเริ่มเพ่งเล็งคุณว่า ด้วยชื่อเสียง และความสามารถของคุณจะสามารถสร้างความสำเร็จในแง่ของยอดขาย หรือภาพลักษณ์ได้บ้างไหม? ถ้าพวกเขาคิดว่า ‘ได้’ คุณจะได้เซ็นสัญญาทันที แล้วทั้งเงิน ทั้งสตั๊ด, ชุด หรือ อุปกรณ์ต่างๆ จะถูกถวายพานให้คุณ หรือถ้าคุณดังมากมาย ก็อาจได้เป็นพรีเซ็นเตอร์หลักของรุ่นนั้นแบรนด์นั้นเลยก็ได้ อย่างเช่น คริสเตียโน่ โรนัลโด้

maxresdefault
ในอีกกรณี ต่อให้คุณใส่สตั๊ดแบรนด์ไหนอยู่ก็ตาม แต่ถ้าคุณยึดมั่นกับไซโลนั้น (สายของสตั๊ด เช่น สปีด, คอนโทรล และคลาสสิก) และสร้างชื่อเสียงได้แล้ว แบรนด์สักแบรนด์จะวิ่งหาคุณเพื่อให้เป็นตัวโปรโมตในไซโลนั้น เช่น ถ้าคุณเป็นนักเตะตีนระเบิด คุณจะตกเป็นเป้าหมายของแบรนด์ที่เน้นสายสปีด

ขณะที่ โรเมโล ลูกากู จากขวบปีที่ผ่านมา ดูเหมือนเขายังหาแบรนด์ที่ใช้งานจริงจังไม่ได้ ส่วนเรื่องไซโล แม้ดูออกไปทางสายสปีด แต่บางที ก็อ้อมไปสายยิง, สายจู่โจมด้วย เลยทำให้แบรนด์ต่างๆ เกิดความไม่มั่นใจในตัวเขาว่า เขาจะไปทางไหน? อีกอย่างคือ เขาเป็นคนชอบสลับใช้งานสตั๊ดอยู่แล้ว โดยสมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มีสัญญากับ Nike เขาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ คือ มีทั้งสตั๊ดสายสปีด, สายพลัง บางที ยังมีคอนโทรลด้วย แต่อาจน้อยกว่าสองแบบแรก

โรเมโล ลูกากู กับ Nike Mercurial

นอกจากนี้ การสลับใช้งานสตั๊ดบ่อยเกินไป สำหรับนักเตะอาชีพ ถือว่า ไม่ใช่เรื่องดี เพราะสตั๊ดนั้น ไม่ใช่แค่ต้องใช้เวลาในการเบรค-อินสักพักแล้ว แต่ยังต้องพยายามใช้งานสม่ำเสมอ เพื่อให้สตั๊ดเกิดความยืดหยุ่น และคุ้นเคยกับเท้า อย่างน้อย 3-4 เกมเปลี่ยนที ถือว่า พอได้ แต่กับเขา บางที 3 เกม 2 คู่ก็มี

แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เขาคงอยากได้สัญญาเรื่องสตั๊ดแล้ว เพราะสิ่งสำคัญจริงๆ ที่จะได้นอกจากเงินคือ การคัสตอมแบบสุดพิเศษที่ทั้งคริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอเด็น อาร์ซาร์ เคยได้รับ เพื่อให้ใส่ลงเล่นได้อย่างมั่นใจ ยังไง แฟนผี ก็เอาใจช่วยขอให้ได้ให้โดนสักแบรนด์แล้วกันนะ

GettyImages-854813634
ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก soccerbible.com, gettyimages.com, footyheadlines.com