คุ้มค่า: 5 สายรัดฟิตเนสในราคาไม่เกิน 5 พันบาท

mi-band-6

ออกมาหลากรุ่น หลายยี่ห้อ ฟีเจอร์ก็ต่างไปบ้างตามราคาและกลุ่มเป้าหมาย แต่ถ้าคุณเน้นความคุ้มค่า นี่คือ 5 รุ่นที่เราขอแนะนำ


Polar Loop 2
ราคากลาง 4,490 บาท
ฟีเจอร์ของ Polar Loop 2
-นับจำนวนก้าวและระยะทาง
-กระตุ้นให้ขยับตัวเมื่ออยู่นิ่ง
-ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ
-วัดคุณภาพในการนอนหลับ
-ตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพได้
-รองรับในการวัดฮาร์ทเรตได้
-ระบบแจ้งเตือนจากโทรศัพท์
polar-loop2
นี่คือ ต้นแบบของนาฬิกาเรือนละ 50-100 บาท ที่ขายตามตลาดนัด ซึ่งนั่นหมายถึงดีไซน์ดูน่าสนใจ จนมีคนเลียนแบบ โดยตัวนี้น่าจะถูกใจชอบอะไรที่ไม่เยอะ แต่เท่ (ของจริงสวยกว่าในรูป) เพราะรูปร่างหน้าตา ดูเหมือนกำไรขนาดใหญ่ ซึ่งทำจากซิลิโคนชั้นดี มีขอบเงินเพื่อเติมความแวววาว ขณะที่สีสัน ถือว่า เข้ากับเสื้อผ้าได้ดีมาก แต่ไม่ใช่แค่เท่านั้น เพราะในเรื่องฟังก์ชั่นพื้นฐานก็ครบครัน

Moov Now
ราคาประมาณ 4,250 บาท
ฟีเจอร์ของ Moov Now
เก็บข้อมูลและแนะนำออกกำลังกายแบบเฉพาะเจาะจงได้ (ผ่านแอพ)
-เดิน, วิ่ง
-จักรยาน
-คาร์ดิโอ
-ว่ายน้ำ
moov-activity-tracker-2-1ติดโผมาทุกสำนัก สำหรับ Moov Now ด้วยดีไซน์อันแปลกแหวกแนวจากสายรัดหรือนาฬิกาอัจฉริยะทั่วไป โดยเป็นสายรัดที่จงใจทำออกมาให้เหมือนนาฬิกา (แบบไม่หน้าปัด) แต่คล่องตัวกว่า ด้วยความเบาและเรียบแบน อีกทั้งยังเจาะรูให้มีช่องระบายอากาศทั่วตัว เพื่อสร้างความโปร่งสบายเวลาใส่ มีหลายสีให้เลือกตามภาพ (หมายถึงสีตามช่อง) ขณะที่สเปก ก็จัดเต็มแบบแทบไม่มีกั๊กเลยล่ะ

Garmin Vivofit 2
ราคากลาง 3,990 บาท
ฟีเจอร์ของ Vivofit 2
-นับจำนวนก้าวและระยะทาง
-กระตุ้นให้ขยับตัวเมื่ออยู่นิ่ง
-ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ
-วัดคุณภาพในการนอนหลับ
-ตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพได้
-รองรับในการวัดฮาร์ทเรตได้

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงลิบลิ่ว ก็ทำให้หลายค่ายหลายร้านเริ่มปรับราคาลง โดยตัวนี้ในไทยขายกันที่ 3,990 บาท ซึ่งถือว่า คุ้มค่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Polar Loop 2 ด้วยสเปกและราคาซึ่งก็ไม่ห่างกันมาก แต่ได้ฟีเจอร์พื้นฐานครบ แม้ดีไซน์อาจยังดูธรรมดาเกินไปสักหน่อยเมื่อเทีย 5 รุ่นที่เอามาเปรียบเทียบกัน แต่ถ้าเน้นเรื่องประสิทธิภาพ, ความทนทานและแบตเตอรี่อึดมาก ก็จะไม่อาจมองข้าม

v2Jawbone UP2
ราคากลาง 4,990 บาท
ฟีเจอร์ของ Jawbone UP2
-นับก้าวเดิน คำนวณระยะทาง
-ปริมาณแคลลอรี่ที่เผาผลาญ
-วัดคุณภาพในการนอนหลับ
Jawbone-UP2
อัพเกรดมาจากรุ่น Move โดยเป็นรุ่นยอดนิยมในไทยอีกรุ่น ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์และหน้าตาที่มีให้เลือกทั้งเรียบหรูและแฟชั่นจ๋า (ตัวใหม่) เรียกว่า ไม่ต้องคิดอะไรกันเยอะเยะ ถ้ามีเงินสัก 5,000 บาท นี่คือ หนึ่งในตัวเลือกที่ไม่มีใครกล้าตัดทิ้ง เพราะเด่นทั้งเรื่องดดีไซน์, วัสดุ (TPU เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุปกรณ์การแพทย์) และระบบการทำงานที่ครบครันและเชื่อถือได้ มีขายในไทยหลายรุ่นด้วย

Mi Band 1S

ราคาประมาณ 1,000 บาท
ฟีเจอร์ของ
 Mi Band 1S
-นับจำนวนก้าวและระยะทาง
-ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ
-วัดคุณภาพในการนอนหลับ
-ตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพได้
-มีเซ็นเซอร์วัดฮาร์ทเรตในตัว
-ระบบแจ้งเตือนจากโทรศัพท์

am

ถ้าวัดราคากับประสิทธิภาพถือว่า คุ้มค่าที่สุดแล้ว ด้วยค่าตัวประมาณ 1,000 บาทแล้วสามารถทำอะไรได้หลายอย่างแบบรุ่นที่ราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเรื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่หาไม่ได้อีกแล้วในราคาเท่านี้ ใครติดใจรุ่นแรก ขยับมารุ่น 2 ได้แล้ว
แม้หน้าตาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ความยอดเยี่ยม ทั้งเรื่องราคา, ฟีเจอร์หลักแบบครบสูตรและแบตที่แสนอึด ก็ทำให้ปฏิเสธไม่ลง

ที่มา: ขอบคุณภาพประกอบจาก  tanith.org