เรื่องเล่าชาวเกรียน: เมื่อแฟนบอลปากดีต้องลงไปเล่นแทนที่นักเตะตัวจริง

cv-the-day-a-fan-played-for-west-ham-ws

แม้วันหรือเดือนเวลาที่เกิดเรื่อง อาจไม่สอดคล้องกับช่วงนี้ แต่ด้วยเดี๋ยวนี้มีกระแสที่เรียกกันว่า ‘เกรียนหรือโค้ชคีย์บอร์ด’ มากขึ้น เลยมีตำนานสนุกๆ มาเล่าให้ฟัง

โดยในเดือนกรกฎาคมปี 1994 คือ อีกหนึ่งโม้เม้นต์ของชีวิตที่ผู้ชายชื่อ สตีฟ เดวิส จะไม่มีวันลืมได้เลย เพราะแฟนบอล ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้นี้ มีโอกาสนำพาตัวเองจากข้างสนามในฐานะกองเชียร์มาสู่ตำแหน่งผู้เล่นของสโมสรดังของอังกฤษ แม้ว่าจะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องกับทีมเล็กๆ ก็ตาม

ย้อนไปในตอนนั้น สตีฟ เดวิส หนุ่มในวัยกำลังห้าวประมาณ 22 ปีที่เชียร์ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ 4-5 ขวบ จนกระทั่งโตมาก็ยังไปเชียร์เป็นกิจวัตร เขาเป็นคนรักแรง เกลียดแรง เมื่อไหร่ทีมชนะ เขาจะถอดเสื้อและร้องตะโกนเต็มที่ แต่ถ้ามีวันไหนที่ทีมทำให้เขาผิดหวังล่ะก็ มีของขึ้นจนเอาไม่ลงเลยล่ะ

และแล้วตำนานของเขาก็อุบัติขึ้น ในวันที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้มีคิวอุ่นเครื่องกับ อ๊อกซ์ฟอร์ด ซิตี้ ทีมระดับกึ่งอาชีพ ในเดือนกรกฎาคมปี 1994 โดยตอนแข่ง สตีฟ เดวิส ก็มีอารมณ์หงุดหงิดและตะโกนด่าตามปกติ เมื่อทีมเล่นไม่ได้ดั่งใจ แต่คงเสียงดังไปนิดจน แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมได้ยินเข้า

Harry-Redknapp-chats-to-S-008
“ไอ้ (ลี) แชปแมน! ไอ้โง่! ไอ้ฟาย! ไอ้ไร้ประโยชน์! เป็นกูนะ จัดไปหลายตุงแล้วโว้ย!!!” นี่คือ คำด่าของ สตีฟ เดวิส ที่จัดให้ ลี แชปแมน กองหน้าของทีมที่โชว์ฟอร์มไม่ออกในวันนั้น ซึ่งดันเข้าไปกระทบหู แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ จนมีของขึ้นเหมือนกัน จ่าเลย ก็คิดไปว่า ”เก่งนักใช่ไหมเอ็ง ลองลงมาเล่นเองสิ”

แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เล่าว่า ”ตอนนั้น ผมได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่ง ตะโกนด่าทีมตลอด เลยเริ่มรำคาญ พอหันไปเจอรอยสักของสโมสรบนตัวเขา เลยรู้ว่า เป็นแฟนบอลของเรา แต่เขายังไม่หยุดนะ สักพัก เริ่มลามปามมาด่าผม แต่ยังไง เกมนี้ก็เป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง ผมเลยเดินเข้าไปหาเขาและพูดอะไรบางอย่าง”

“เอ็งเตะบอลเก่งเหมือนปากรึเปล่าพ่อหนุ่ม? แล้วชื่ออะไร? (แล้วเขาก็บอกชื่อมา ) โอเค! สตีฟใส่รองเท้าเบอร์อะไร? เดี๋ยวให้ลงเล่นแทน ลี แชปแมน

สตีฟ เดวิส ยืนตะลึงกับประโยคเหล่านั้น ทั้งตกใจว่า ไม่น่าปากดีเลย ทั้งความฮึกเหิมในหัวสมองของวัยกำลังห้าวเป้งที่ประมาณว่า ”ฆ่าได้หยามไม่ได้”

Harry-Redknapp-sends-Stev-008
แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ตัดสินใจส่งเขาลงเล่นในครึ่งหลังแทน ลี แชปแมน จริงๆ แล้วพอเอาเข้าจริง นักเตะบ้านๆ ในซันเดย์ลีกอย่างเขา ก็เล่นไม่ทันเกมของเพื่อนร่วมทีมเลย แม้ว่าผู้เล่นในทีมขุนค้อนจะคอยช่วยเหลือนักเตะหน้าใหม่คนนี้อยู่ก็ตาม ออกแนวตุปัดตุเป๋กันไปจนผ่านประมาณ 25 นาทีของครึ่งหลัง

โดยนาทีที่ 71 สิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้เกิดขึ้น เมื่อ สตีฟ เดวิส รับบอลต่อมาจาก อัลวิน มาร์ติน แล้วซัดบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สมกับที่เขาเคยโม้เอาไว้เลย

“จำได้ว่า วันนั้น ผมเล่นกองหน้าคู่กับ เทรเวอร์ มอร์ลี่ย์ แล้ว อัลวิน มาร์ติน ได้ตะโกนสั่งผมแบบสำเนียงสเกาเซอร์ เพื่อให้รับบอล แล้วผมก็ยิงเข้าไป”

“งานนี้ทำให้ผมรู้ว่า ระดับการเล่นของพวกเขาต่างจากที่ผมเคยเจอมา ผมแทบจะทำอะไรไม่ได้ ก้าวขาไม่ออก ลงไปแค่ครึ่งชั่วโมง ผมก็จะไม่ไหวแล้ว”

Steve-Davies-on-the-pitch-008
หลังเหตุการณ์นั้น ทำให้ สตีฟ เดวิส กลายเป็นคนดังแบบไม่ทันตั้งตัวในย่านนั้น หลายคนอยากรู้จักและสัมภาษณ์เขา แต่สุดท้ายเขาก็ขอกลับมาใช้ชีวิตตามปกติกับธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ของตัวเองและยังตามเชียร์ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตลอดมา ด้วยอากัปกิริยาการแสดงออกที่เบาและซอฟต์ลงกว่าตอนนั้น

น่าเสียดายที่ภาพในวันนั้น ไม่ได้ถูกถ่ายเก็บไว้มากนัก เพราะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องเบาๆ มีแต่คำสัมภาษณ์ของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กับ สตีฟ เดวิส มากกว่า

แหม… ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ในยุคโซเชียลที่มีทั้งเฟซบุ๊คและยูทูบว์ล่ะก็ พ่อหนุ่ม สตีฟ เดวิส คงได้ดังกว่านี้แน่ แต่จะว่าไป แค่นี้ก็ถือเป็นตำนานแล้วล่ะ ฮาๆๆ

ที่มา: ขอบคุณข้อมูและภาพจาก theguardian.com, Steve Bacon, gettyimages.com