ประลองเชิง: นวัตกรรมรองเท้าอาดิดาส vs ไนกี้ ปี 2016

Nike-Vs-Adidas

ถึงรองเท้าจะมีอยู่มากมาย แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ 2 ค่ายใหญ่ที่แง้มนวัตกรรมมาปฏิวัติวงการจนนำมาสู่การประลองเชิงครั้งนี้

ทั้งนี้ สำหรับคำว่า ‘นวัตกรรม’ มักมาพร้อมความเสี่ยงของผู้ผลิตที่จะต้องนำเสนอสิ่งใหม่ให้ผู้ใช้งาน แต่จะออกมาดีหรือไม่ดี? ก็เป็นเรื่องของอนาคต โดยความเสี่ยงที่ว่า คือ การนำเสนอเทคโนโลยีที่เคยเป็นเพียงความฝันให้ความจริง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กับการทำให้มันออกมาดีและเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกับวงการรองเท้าประเภทสนีคเกอร์ ซึ่งมีการแข่งขันสูงมากในปัจจุบัน

แน่นอน อาจมีหลายแบรนด์หลากค่ายที่แก่งแย่งกันนำเสนอ แต่ครั้งนี้ ขอวัดกันที่มวยรุ่นใหญ่ก่อนกับ 2 แบรนด์ที่ครองตลาดโลกอยู่ในปัจจุบันนั่นคือ อาดิดาส จากเยอรมนีและ ไนกี้ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งลองมาติดตามกันว่า แต่ละค่าย มีทีเด็ดทีขาดอย่างไรกันบ้าง?

อาดิดาส
ค่ายสามแถบเพิ่งเปิดตัวโปรเจคต์ใหญ่อย่าง ฟิวเจอร์ คราฟท์ ที่จับมือกับผู้นำด้านอุตสาหกรรมงานพิมพ์แบบ 3 มิติ (หรือการพิมพ์ออกมาเป็นรูปร่าง) ในยุโรป ซึ่งความหวังสำคัญของพวกเขาคือ การนำเสนอรองเท้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด เพราะถึงจะตั้งใจออกแบบมาดีแค่ไหน แต่แน่นอนว่า คงไม่อาจตอบโจทย์ได้ครบทุกคน เนื่องจากความแตกต่างทางด้านสรีระของเท้า

งานนี้ ถือเป็นข้อดี เพราะผู้ใช้งานจะได้รองเท้าที่เหมาะสมกับเท้าของตัวเองอย่างแท้จริง เสมือนกันอาดิดาสออกแบบมาเพื่อทุกคน
โดยเป็นการผลิตพื้นชั้นกลางรองเท้าวิ่ง ด้วยการขึ้นรูปในแบบสามมิติ เพื่อให้ได้รองเท้าที่รองรับฝ่าเท้าทุกคนได้ตามความต้องการ

ต่อมาไม่นาน ช่วงปลายปี 2015 อาดิดาสก็โชว์ทิศทางของพวกเขาอย่างชัดเจนขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่าง อเล็กซานเดอร์ เทย์เลอร์ นักออกแบบมากประสบการณ์และ วาคิม เดอ แคลลาเทย์ นักออกแบบรองเท้าชื่อดัง โดยเป็นการขึ้นรูปอัปเปอร์ของรองเท้าของอาดิดาส ออริจินอล ด้วยแผ่นหนังชิ้นเดียว ซึ่งข้อดีคือ เลือกใช้หนังได้เข้ากับความต้องการของแต่ละคน ทั้งในแง่ความกระชับและรูปเท้า ด้วยการสีแผ่นวัสดุให้หนามากหรือน้อยก็ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดรอยต่อและกาว ซึ่งเคยเป็นปัญหาในเรื่องความทนทาน

ดูจากรูปเกม อาดิดาสต้องการเดินนำไปก่อน เพื่อดูทิศทางตลาด ซึ่งดูเหมือนผลตอบรับดีเกินคาด เมื่อรองเท้าอาดิดาส ออริจินอล เวอร์ชั่น 3 มิติ มีการอัพราคาขายใน ebay.com สูงถึง 117,240 บาท (ผลิต 45 คู่ ทั่วโลก) โดยทำให้ค่ายสามแถบมีแผนจะดันโปรเจคต์ดังกล่าวขึ้นมาอีกช่วงกลางถึงปลายปีนี้ ซึ่งว่ากันว่า พวกเขาจะทดลองกับรุ่นและสีอื่นบ้าง เพื่อสร้างความหลายหลายข่มคู่แข่ง

ไนกี้
เห็นอีกค่ายเดินหมากออกมาแล้ว แต่ไนกี้ ก็ยังใจเย็น ถือคติ ”ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” แม้ปีนี้ อาจเป็นปีแห่งการก้าวย่างไปสู่เทคโนโลยีคัสตอม เพราะพวกเขาพยายามดำเนินการอย่างรอบคอบในการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรม จนออกมาเป็น สิทธิบัตรสำคัญ 3 ชิ้น
(สิทธิบัตรก็คือ หนังสือสำคัญที่รัฐฯ ออกให้ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด)

#สิทธิบัตรที่ 1
US 20150366293 เป็นสิทธิบัตร ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานทุกคนเห็นขั้นตอนในผลิตรองเท้าของตัวเองแบบละเอียด โดยเมื่อเลือกชิ้นส่วนและส่งไปยังเครื่องถักทอแล้ว ผู้ใช้งานจะเห็นกระบวนการแบบ 360 หรือในทุกมุมมอง ทั้งในส่วนของวัสดุ หรือรูปร่างหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ แม้มีระบบไฟลนิต ไนกี้ไอดี แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยให้เห็นถึงกระบวนการผลิตระดับเส้นด้ายขนาดนี้

nike-1-brevetto
#สิทธิบัตรที่ 2
US 9224291
สิทธิบัตรชิ้นนี้ เป็นเรื่องของการเพิ่มเทคโนโลยีวัดผลทางกายภาพลงไปในรองเท้า เช่น ความเร็วหรือทิศทางในการวิ่ง, ปริมาณการเผาผลาญแคลอรี่ และรายละเอียดทางด้านสมรรถะร่างกายอย่างอื่นด้วย โดยสรุปแล้ว เป็นการเพิ่มเซ็นเซอร์ลงไป

nike-2-brevetto
โดยเมื่อมีข้อมูลเหล่านั้นแล้ว ก็ยังสามารถต่อยอดไปถึงการกำหนดเส้นทางในการวิ่ง เพื่อช่วยให้คุณวางเป้าหมาย สำหรับออกกำลังกายได้ หรือตั้งความเร็วและระยะทางก็ได้ด้วย ซึ่งปิดท้ายที่คุณสมบัติในการแชร์ไปยังโซเชียล เน็ตเวิร์ก เพื่อเปรียบเทียบกัน

nike-2-brevetto-2#สิทธิบัตรที่ 3
US 9216552
เน้นความกิ๊บเก๋บนอัปเปอร์ ด้วยการแปะแผ่นภาพถ่ายแบบสามมิติลงไป ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับภาพแบบชนิดอื่นๆได้ด้วย โดยกำลังมีการศึกษาเรื่องความทนทาน เพราะต้องติดลงพื้นที่เล็กๆ และอัปเปอร์ที่มีความยืดหยุ่น แต่กระนั้น ก็ยังดูน่าสนใจ

nike-3-brevetto
บทสรุปแห่งการประลองเชิงประจำปี 2016: อาดิดาส VS ไนกี้
ทางค่ายสามแถบ ดูเหมือนจะวางมือเรื่องความไฮเทคของรองเท้าลงไปก่อน หลังจากนำเสนอ ไมโค้ช (miCoach) มาได้สักพัก โดย หันไปเน้นที่ระบบการคัสตอม เพื่อเอาใจคนที่เน้นความสบายและเอกลักษณ์ในการสวมใส่ แถมการขยันทำเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นในหลายรุ่น ยังทำให้รองเท้าของพวกเขากลายเป็นแรร์ไอเท็มไปโดยปริยาย แม้นั่น อาจทำให้หลายคนถอยห่าง เพราะหาซื้อยากหรือไม่มีขายแล้ว แต่ข้อดีคือ ถือว่า เป็นวิธียกระดับให้แบรนด์ให้ดูพรีเมี่ยม เพื่อสร้างความจงรักภักดีให้กับสาวกค่ายนี้ได้เป็นอย่างดี

ส่วนไนกี้ปีนี้ แม้ยังไม่เห็นการเดินหมากอันชัดเจน แต่เมื่อดูจากสิทธิบัตรที่มีอยู่ ถือว่า ก็น่าจะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้พอสมควร ถ้าทำออกมา เพราะมีทั้งการคัสตอมเต็มรูปแบบ, เทคโนโลยีวัดค่าสุขภาพหรือการวิ่ง รวมถึงรายละเอียดแนวใหม่บนอัปเปอร์รองเท้า ซึ่งนั่นก็ทำให้ไนกี้ มีอาวุธเด็ดมากมาย สำหรับการเปิดศึกใหญ่ ในวงการรองเท้ากับทุกค่ายในโลก ไม่ใช่อาดิดาสอย่างเดียว

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก news.adidas.com, news.nike.co, nssmag.com