จาก’โด้’สู่’โด้’: 18 แห่งปีความเร็วกับ Mercurial

CV_MCR_18YS

ถ้าเป็นคนก็เรียกว่า กำลังหนุ่มแน่น พร้อมเติบโตขึ้นไปอีกสเต็ปต์ก่อนจะเข้าสู่เจ็นใหม่ในเดือนมิ.ย.นี้ สำหรับสตั๊ดสายเร็วของไนกี้

โดยในช่วง 18 ปีที่ผ่านมาของ Nike Mercurial ได้สร้างปรากฏการณ์ไว้มากมาย ซึ่งที่เรารวบรวมเอามาให้ดูนี่ ทั้งหมดคัดมาจากเวอร์ชั่นพิเศษอย่าง What the (วอท เดอะ) ที่เสมือนตัดอัปเปอร์ของแต่ละรุ่นเด่นมาแปะรวมกัน ว่าแต่มีรุ่นไหนบ้าง? จำได้ไหม?
Nike-Mercurial-What-The (3)
ทั้งนี้ Mercurial มีที่มาจากการศึกษาพฤติกรรมในสนามของ โรนัลโด้ ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นกองหน้าประเภทที่มีความอดทนสูงเพื่อรอโอกาสในการทำประตู เขาจะวิ่งชาร์จเข้าหาบอลด้วยความเร็ว และทุกครั้งที่มองเห็นโอกาส เขาก็พร้อมจะยิงประตูคู่ต่อสู้โดยทันที ซึ่ง Nike เปรียบ โรนัลโด้ เป็นเสมือนอสรพิษในโลกลูกหนัง จึงได้คิดค้นรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาที่สุด ด้วยการจัดเรียงปุ่มสตั๊ดให้ดูคล้ายกับรองเท้าวิ่งรวมทั้งใช้หนังเคเอ็นจี 100 ที่เป็นวัสดุสังเคราะห์เข้ามาแทนหนังจิงโจ้และลดความหนาของแผ่นซับเท้าด้านในจาก 3 มม. เป็น 1.75 มม. ซึ่งก็ทำให้กลายเป็นรองเท้าที่เข้ามาพลิกโฉมวงการตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา

GettyImages-52925016

ล่าสุดก็เป็นยุคของอัปเปอร์ซึ่งผสมกันทั้ง Nike Flyknit, Flywire (โครงสร้างเส้นใยถักไร้ตะเข็บ), Nike Skin (ใยสังเคราะห์) สำหรับตัว Superfly (คอสูง) และ Teijin (เส้นใยไมโครไฟเบอร์) สำหรับตัว Vapor (คอต่ำ) ส่วนชุดพื้น เน้นวางตำแหน่งปุ่มให้แม่นยำสำหรับการหยุดหรือเริ่มวิ่ง ทั้งในส่วนของ Superfly หรือตัว Vapor ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่เจเนเรชั่น 2016-17 หรือ XI

This slideshow requires JavaScript.

ส่วนเจเนเรชั่นต่อไปก็มีภาพหลุดออกมาให้เห็นแล้ว โดยอัปเปอร์เป็นริ้วร่องแนวตั้งหรือ Speed Rib เพื่อให้แหวกอากาศและสัมผัสได้บอลดีขึ้น โดยจะใช้งานใน Mercurial ทุกรุ่นของเจเนเรชั่นใหม่ พร้อมกับคอที่สูงและทรงอันเรียวยาวขึ้น สำหรับตัว Superfly

13117899_1101151686623917_247431992_n(1)
black-pink-next-gen-nike-mercurial-vapor-xi-2016-17-boots-2 (1)

โดยช่วงยูโร 2016 หรือเดือนมิถุนายน น่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว คนที่ได้ใส่ก่อน ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คง CR7 นั่นแหละ

GettyImages-459227182

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก abcdefutbol.com, instagram.com/siemprefutbol, footyheadlines.com