กูรูพาลุย: เจาะตำนานสนีคเกอร์ 3 ทศวรรษ Air Jordan (Part 1)

nike-Air-Jordan_O_FB (1)

เพราะปีนี้คือ ปีครบ 31 ขวบของ  Air Jordan จึงไม่มีอะไรจะน่าสนใจไปกว่าการพาคุณย้อนไปดูที่มาของสนีกเกอร์ระดับตำนานว่า ทำไมถึงดังมากว่า 3 ทศวรรษแล้ว

สำหรับคนที่ไม่เคยรู้ประวัติของสนีคเกอร์ของรุ่นนี้มาก่อน ก็ขอบอกคร่าวๆ ว่า คอนเซ็ปต์เริ่มแรกของ Air Jordan คือ การทำรองเท้ามาให้ยอดนักบาสเก็ตบอลชาวสหรัฐ (MJ 23) อย่าง  ไมเคิล จอร์แดน  สวมใส่ โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบก็มาจากสิ่งที่ ไมเคิล จอร์แดน  ชื่นชอบ พร้อมกับเติมเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด ดีีที่สุด ณ ยุคสมัยนั้นลงไปด้วย ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีที่มาและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป โดยทั้งหมดเราจะไล่เรียงให้ดูตามรูปข้างล่าง

หลายคนพออ่านมาถึงตรงนี้ อาจเข้าใจว่า เราคือ กูรูด้านนี้เหรอ? ซึ่งต้องรีบแก้ตัวเลยว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่ เพราะเรื่องแบบนี้ น่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญหรือจะเรียกว่า แฟนพันธุ์แท้ตัวจริง มาถ่ายทอดดีกว่า  โดยกูรูของเราคราวนี้เป็นหนุ่มมาดเซอร์ที่ชื่อว่า โบ๊ท – ธนาเธียร ปะจายะกฤตย์  จากร้านสนีคเกอร์ชื่อดังอย่าง Dilok Store

และทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่คุณโบ๊ท-ธนาเธียร ปะจายะกฤตย์ ไล่เรียงให้เราฟัง อาจยาวเป็นมหากาพย์สักนิด แต่รับรองว่า มันส์แน่นวล เชิญรับชมได้ ณ บัดนาว เลยคร๊าบ

20160610_175508

Air Jordan1 (1985)
“จุดเกิดของ  Air Jordan มาจาก  ปีเตอร์ มัวร์ ทีมงานของ Nike ที่อยากทำรองเท้าสักรุ่นให้ดูพิเศษกว่าตัวปกติที่เคยทำให้กับ ไมเคิ่ล จอร์แดน  ซึ่งตอนนั้นเขายังเล่นให้ ชิคาโก บูลส์ อยู่ เพื่อเปิดตลาดรองเท้ากีฬาบาสเก็ตบอลแบบจริงจัง โดยเริ่มสร้างแบรนด์ Air jordan ด้วยโลโก้แบบปีกที่มีลูกบาสอยู่ตรงกลางลงไปด้านข้างของคอรองเท้า ขณะที่โมเดลของรองเท้าจะคล้ายกับ Nike Dunk ที่ดังระเบิดระเบ้อเมื่อเมื่อปี 1984 หรือ 1 ปีก่อนหน้านั้น โดยพื้นชั้นนอกยังเป็นโลโก้ Swoosh  ของ Nike อยู่  แต่ต้องยอมรับว่า ยุคนั้น คนไม่ค่อยจะเล่นรองเท้าบาสเก็ตบอลกัน รุ่นนี้เลยขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

1985_michael_air_jordan

“พวกเขาแก้ลำ ด้วยการทำออกมาอีกรุ่นคือ  Knock off AJKO ที่ีราคาถูกกว่า เพราะทำด้วยผ้าใบ จากนั้นชื่อของ  Air Jordan ก็เริ่มเป็นที่รู้จักเรื่อยๆ

AIR-JORDAN1-01-ok

ต้องยอมว่า ถึงช่วงนั้น เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเท่าไหร่ แต่คู่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของรองเท้าที่มีสีมากกว่าหนึ่งสี เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อนนักบาสเก็ตบอลใน NBA ส่วนใหญ่ต้องใช้รองเท้าที่เป็นสีขาวเท่านั้น เพราะมีกฎว่า ห้ามใส่รองเท้าที่มีสีอื่นลงแข่ง เลยทำให้ ไมเคิ่ล จอร์แดน ต้องโดนเรียกให้ไปจ่ายปรับอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ซึ่งตกประมาณครั้งละ 5,000 เหรียญสหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยยุคนี้ก็ 169,500 บาท) เพราะรองเท้า สีดำ/แดง รุ่นนี้แหละ แถมยังถูกคนต่อต้านด้วย  แน่นอน ความนิยมมันก็เลยไม่เกิด แต่ทาง NIke เป็นคนจ่ายค่าปรับให้นะ เพื่อให้เกิดกระแสของรองเท้าที่มีสีสันบ้าง”

“โดยสิ่งที่ลงทุนไป ถือว่า คุ้มค่า เพราะรองเท้าบาสเก็ตบอลที่มีสีสันเริ่มเป็นที่พูดถึง และก็เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนจำ ไมเคิ่ล จอร์แดน ได้ติดตาด้วย”’

AIR-JORDAN1-02-ok

Air Jordan2 (1987)
Air Jordan2 เกิดขึ้นในอีก 2 ปีต่อมาจากรุ่นแรก โดยยังเป็นผลงานของ ปีเตอร์ มัวร์ คนเดิม เพิ่มเติมคือได้ทาง บรู๊ซ คิลกอร์ นักออกแบบอีกคนมาช่วย โดยมีการปรับโฉมให้มีความพิเศษขึ้น ซึ่งตัวแรกที่ผลิตออกมานั้นทำจากหนังและดีไซน์คล้ายรองเท้าหนังสไตล์อิตาลีที่มีรูระบายอากาศ ที่สำคัญ ยังผลิตในอิตาลีด้วย สำหรับรองเท้ารุ่นนี้มี 2 เวอร์ชั่น คือ คอสูงกับคอต่ำ ซึ่งคนไทยจะนิยมคอต่ำ เพราะใส่สบายกว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนของไทย”

AIR-JORDAN2-01-ok

“ครั้งแรกที่ทำออกมาในเวอร์ชั่นเรโทรจะมีคำว่า Jordan ด้วย  ส่วนพื้นด้าน ใส่โลโก้ จั้มพ์แมน (Jumpman) เพื่อให้ดูมีความเป็น ไมเคิ่ล จอร์แดน มากขึ้น จากเดิมที่เป็นโลโก้รูปปีกบวกลูกบาส และตอนนั้น ก็เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง Nike และ ไมเคิ่ล จอร์แดน เรื่องสัญญา ซึ่งมีข่าวว่า เขาจะย้ายไปซบค่าย adidas เพราะดังกว่าในตอนนั้น แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยกเว้นการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของ Tinker นักออกแบบคนใหม่

Tinker คือ คนออกแบบรองเท้า Nike Air Max  ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับตระกูล Air Jordan  ในรุ่นที่ 3 ซึ่งก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของรองเท้ารุ่นนี้

AIR-JORDAN2-02-ok

Air Jordan3  (1988)
Tinker เข้ามาพลิกโฉม Air Jordan ด้วยเทคโนโลยี แอร์ (Air) หรือการทำด้านข้างของพื้นให้เป็นรูที่ดูมีความใสคล้ายกับอากาศ เพื่อจะสื่อถึงคำว่า  ‘แอร์’ สำหรับรุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโลโก้ จั๊มพ์แมน (Jumpman) และดังมาก โดยที่รุ่นดั้งเดิมนั้น ก็จะมีโลโก้ Swoosh (เครื่องหมายถูก) อยู่ด้วย”

”ในปีที่รองเท้ารุ่นนี้ออกมายังเป็นปีที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ได้แชมป์สแลมป์ดังด้วย เลยทำให้รุ่นนี้ ดังเข้าไปอีก ว่ากันว่า ถ้าใส่รองเท้ารุ่นนี้ จะกระโดดได้สูงขึ้น ซึ่งน่าจะด้วยน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นก่อน โดยถือเป็นการแหวกเทรนด์ของรองเท้าบาสเก็ตบอลที่จะต้องหนัก เพราะต้องรองรับแรงกระแทกเยอะนั่นเอง”

AIR-JORDAN3-01-ok

“ความน่าสนใจของ  Air Jordan3 ยังอยู่ที่ดีไซน์ลายหนังช้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์อีกอย่าง ไมเคิ่ล  จอร์แดน เพราะเขาชอบเอาลายนี้มาใช้กับตัวโลโก้จั้มพ์แมน โดยจากผลงานพวกนี้ทำให้ ไมเคิ่ล  จอร์แดน ปลาบปลื้มมาก  Tinker ก็เลยถูกจับเซ็นสัญญาให้มาช่วยออกแบบ Air Jordan รุ่นต่อๆ ไป’

AIR-JORDAN3-02-ok

Air Jordan4  (1989)
“เมื่อแบรนด์ติดตลาด Tinker ก็เดินหน้าลุยต่อเลย โดยจับมือกับสถาปิกคนหนึ่ง ซึ่งทำให้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของรุ่นที่ 4 นี้ มาจาก สะพานแขวน

“สิ่งที่บ่งบอกชัดเจนของรุ่นนี้คือ ด้านข้างที่เป็นตัวเกี่ยวจุดผูกเชือก ซึ่งนอกจากจะดูสวยและดูมีสไตล์ขึ้นด้วยหนังสีขาวพื้นๆ แล้ว ยังทำให้ใส่กระชับและสบายด้วย ส่วนตรงด้านข้าง จะมีลายตารางที่ทำจากผ้าแบบเมสหรือตาข่าย เพื่อให้สามารถระบายอากาศดีกว่าเดิม ขณะที่น้ำหนักก็เบาลงจากรุ่นก่อน”

AIR-JORDAN4-01-ok

“จริงๆ แล้ว Air Jordan4 มีอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ซึ่งคนก็ชอบอยู่เหมือนกัน เพราะมีจุดเด่นที่หูและตะแกรงด้านข้าง แถมดีไซน์ก็พูดกันว่า ดีกว่าอีกตัวเสียอีก’

“ด้วยความดังในอดีต ก็ทำให้ถูกเอามาเป็นเวอร์ชั่นออริจินัลฟอร์มออกมาอีกครั้งในปีนี้ (2016) โดยตัวนี้ จะใช้โลโก้จั๊มพ์แมน ต่างจากรุ่นดั้งเดิมที่จะเป็นโลโก้  Nike Air ทั้งหมด แต่วัสดุจะเหมือนกัน”

“สำหรับตอนนี้ที่ทำออกมาใหม่รองเท้าและวัสดุจะเหมือนปี 1989 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโลโก้จั๊มพ์แมนในปี 2000 แน่นอน การกลับมาคราวนี้ เพราะกระแสคลั่งของย้อนยุคกำลังกลับมา คนที่ชอบหรืออยากได้อะไรแบบออริจินอล ก็เรียกร้องกันมาเยอะ เลยมีการผลิตรุ่นแบบดั้งเดิมออกมาเอาใจให้หายคิดถึง’

AIR-JORDAN4-02-ok

Air Jordan5  (1990)
“รุ่นนี้ ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบไฟเตอร์เจ็ท ด้วยลวดลายด้านข้างที่เห็นแล้วจะทำให้นึกถึงพวกเครื่องบินรบทันที และที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือ ลิ้นที่เป็นวัสดุสามเอ็มรีเฟล็คทีฟ ซึ่งทำให้รุ่นนี้กลายเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นแรกที่มีลิ้นสะท้อนแสงได้ เรียกว่า เป็นการปฏิวัติดีไซน์ของ  Tinger เลยทีเดียว และ  Air Jordan ก็กลายมาเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลที่มีคนทั่วโลกจับตามองอยู่ตลอดว่า รุ่นใหม่จะใช้เทคโนโลยีหรือมีอะไรให้ติดตาม”

“แต่ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีการริเริ่มเอาเทคโนโลยีใหม่อย่าง ไอซี่ โซลล์ มาใช้ในรองเท้าบาสเก็ตบอลด้วย ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพก็คือ พื้นรองเท้าที่เป็นแบบใสหรือโปร่งแสง เพื่อให้เห็นลวดลายได้มากขึ้น ส่วนพวกของปลอมที่เลียนแบบส่วนมากจะไม่มีลวดลาย พื้นที่เห็นด้านในใสๆ จะเป็นตัวจั๊มพ์แมน”

AIR JORDAN5-02

Air Jordan6  (1991)
“เพื่อให้รองเท้ามีคุณสมบัติการใช้งานที่มากขึ้น เลยมีการออกแบบลิ้นให้มีรู เพื่อเอาไว้ให้นิ้วเกี่ยว และใส่ง่ายกว่าเดิม ด้วยที่ดึงทั้งข้างหลังข้างหน้า รวมทั้งเรตล๊อคตรงเชือกผูกรองเท้า พูดง่ายๆ คือ เสริมลูกเล่นเข้าไป เพื่อให้ใส่สะดวกสบายขึ้น โดยถือเป็นรุ่นแรกมาในปีที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ได้แชมป์ด้วย”

“ตัวรองเท้าเป็นโทนสีดำ/แดง เหมือนแสดงอินฟาเรด ซึ่งก็ออกมาชนกับ  Air Max Infarade ที่เป็นสีขาว/แดงด้วย โดยมีการใช้เทคโนโลยี ไอซี่ โซลล์  ที่เปลี่ยนพื้นโฟมใหม่ให้เป็นแบบเนื้อนิ่มเหมือนกับ Air Max แต่ปัญหาของโฟมรุ่นนี้คือ เมื่อใช้ไปนานๆ ส่วนใหญ่จะแตกเหมือนเป็นผงเหมือนขนมปัง

AIR-JORDAN6-01-ok

“จากนั้น ก็ออกมาอีกรุ่นคือ Air Jordan6 SIGA คือ เป็นธรรมเนียมแล้วว่า ถ้าไมเคิ่ล จอร์แดน ได้แชมป์ จะมีตามออกมาอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง สำหรับตัวนี้ ด้านข้างจะมีลักษณะเป็นแบบจุกเปิดแชมเปญ ด้านหลังสลักปี 1998 NBA มีแหวนด้วย จุดเด่นอีกอย่างคือ ด้านหลังทำเป็นแบบสปอยเลอร์รถปอร์เช่ที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ใช้อยู่ตอนนั้น ว่ากันว่ารุ่นนี้ ดังมากจริงๆ พวกสียอดฮิต ทั้งขาว/แดงหรือดำ/แดง ในเมืองนอก เขาเปิดประมูลกันเป็นแสนหลักเลยล่ะ”

AIR-JORDAN6-02-ok

Air Jordan7 (1992)
“ส่วนรุ่นที่ 7 เสริมเทคโนโลยี Huarache หรือโครงสร้างแบบถุงเท้าเข้าไป จากเมื่อก่อน รองเท้ากับลิ้นจะแยกจากกัน แต่รุ่นนี้จะเป็นแบบถุงเท้า โดยข้างในเป็นถุงเท้าข้าง นอกเป็นรองเท้า ทำงานร่วมกันเพื่อให้กระชับขึ้น โดยแรงบันดาลใจมาจากการที่ Tinger ไปพายเรือคายัก แล้วรู้สึกว่า รองเท้าสำหรับพายเรือใส่กระชับสบายดี เลยนำเอามาปรับใช้กับรุ่นนี้ ตอนแรกบางคนรู้สึกว่า จะอึดอัดเท้าไหม? แต่เปล่าเลย… เพราะมันสามารถยืดหดตามข้อเท้าได้”

AIR-JORDAN7-01-ok

Air Jordan7 ออกมาตรงกับช่วงโอลิมปิกที่บาร์เซโลน่าพอดี แล้ว ไมเคิ่ล จอร์แดน ก็ได้เหรียญทองด้วย โดยเป็นแชมป์ครั้งที่ 2 ของเขา แต่ตอนนั้น เขาใส่ All Star ด้วย ในยุคนั้น ไมเคิ่ล จอร์แดน โด่งดังมาก เพราะนอกจากได้แชมป์ NBA ยังได้แชมป์โอลิมปิคด้วย เลยถูกดึงไปทำโฆษณาร่วมกับกระต่าย บัค บันนี่ ของ ลูนี่ย์ ตูน นอกจากนี้ ก็มีการทำรองเท้ารุ่นนี้ออกมาเป็นเวอร์ชั่นของ บัค บันนี่ ลักษณะเป็นหัวกระต่าย แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาขาย”

AIR-JORDAN7-02-ok

Air Jordan8  (1993)

Tinker ยังรับหน้าที่ออกแบบเหมือนเดิม แต่รอบนี้เขาได้เอาสายคาดมาใช้กับรองเท้า เพื่อให้หน้าเท้ากระชับกว่าเดิมเวลาใส่ ซึ่งตอนนั้น เหมือนจะทำมาล้อกับรองเท้าอีกรุ่นในค่าย อารมณ์แบบประชันกันประมาณนั้น ซึ่งรุ่นนี้ก็มีลูกเล่นและสีสันมากขึ้น จากตรงด้านหน้าที่ลิ้นเป็นตัวจั๊มพ์แมนปักไหมพรม

AIR-JORDAN8-01-ok

สำหรับตัวนี้ ก็ยังทำโฆษณากับ บัคบันนี่ และทาง ลูนี่ย์ ตูน อยู่ แต่ตัวที่จอร์แดนใส่ลงแข่งจริงๆ เป็นเวอร์ชั่น All Star Game โทนสีดำ/แดง/ ขาวดำ ซึ่งเขาก็ได้แชมป์ครั้งที่ 3 ด้วย โดยถือว่า เป็นปรากฏการณ์ เพราะโอกาสที่นักบาสเก็ตบอลหนึ่งทีมจะคว้าแชมป์ 3 สมัยใน NBA เป็นเรื่องยากมากเลย”

AIR-JORDAN8-02-ok

Air Jordan9 (1994)

“อันนี้ พีคมาก เพราะหลังจากที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ได้ 3 แชมป์ติดต่อกัน เขาก็รู้สึกอิ่มกับวงการจนประกาศเลิกการเล่นบาสเก็ตบอลเลย แต่ถึงอย่างงั้นนะ Tinker ยังยืนยันจะทำ Air Jordan ต่อ ถึงเขาจะรู้ว่า ไมเคิ่ล จอร์แดน หันไปเล่นเบสบอลแล้ว แต่เขาคิดว่า ยังไง  Air Jordan ก็ไม่ควรต้องจบลง”

AIR-JORDAN9-01-ok

มีอีกประเด็นที่น่าสนใจ ตอนที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ประกาศเลิกเล่น ทาง ชิคาโก้ บลูส์ ก็คิดสร้างรูปปั้นของเขาขึ้นมาตรงที่หน้าทางเข้าสนาม แต่ติดอยู่ว่าจะตัวรูปปั้นให้ใส่รองเท้ารุ่นไหนดี? สรุปก็คือเป็น Air Jordan9 เพราะเป็นรุ่นที่เขาไม่เคยใส่ลงสนามเลย จากนั้น Air Jordan ก็ยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้น

“โดยมีการปรับแบรนด์ให้มีความเป็นอินเตอร์เนชั่ลแนล ผ่านโลโก้ จั๊มพ์แมน พร้อมรูปโลก ส่วนดีไซน์ก็ปรับทันสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์ทั่วไปมากขึ้น’

AIR-JORDAN9-02-ok

เช่น ตรงพื้นของรองเท้าที่จะมีข้อความ 10 ภาษา และสองข้างจะไม่เหมือนกันด้วย ประเด็นคือ ทำให้ Air Jordan เป็นได้มากกว่ารองเท้าบาสเก็ตบอล

AIR-JORDAN9-03-ok

AIR JORDAN10 (1995)

Air Jordan10 เกิดจากการที่ Tinker เริ่มรู้สึกว่า เมื่อ ไมเคิ่ล จอร์แดน เลิกเล่นแล้ว ก็ควรมีสักรุ่นนี้ที่เป็นเกียรติประวัติให้เขาตลอด 10 ปีที่เล่นมา”

AIR-JORDAN10-01-ok

“ความเจ๋งของรุ่นนี้คือ เขาได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านพื้นรองเท้าว่า มีสถิตอะไรที่น่าจดจำบ้าง? เช่น ปี 87 ทำแต้มได้สูงสุดใน NBA , ปี 88 ทำสแลมดั้งกิ้ง , ปี 91 ได้แชมป์ NBA เป็นต้น คือ เก็บประวัติผลงานเด่นของ ไมเคิ่ล จอร์แดน เอาไว้ใต้พื้นรองเท้าหมด ถือว่า เป็นไอเดียที่บรรเจิดมากเลยล่ะ”

AIR-JORDAN10-02-ok

เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย ผ่านไปสิบรุ่นแล้ว ทุกรุ่นล้วนมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป แต่ละรุ่นก็ทำออกมาหลายสี หลายเวอร์ชั่นที่ล้วนเกี่ยวกับจอร์แดนทั้งนั้น ส่วน Part 2 เราจะบอกเล่าเรื่องราว Air Jordan11 – Air Jordan20 จะเป็นอย่างไรอย่าลืมติดตามอ่านกันน้าาาา 

ที่มา : ข้อมูลและภาพประกอบ  ขอขอบคุณโบ๊ท ร้าน Dilok Strore หลังสนามกีฬาแห่งชาติ ซอยจุฬา 7 ตัด 12 ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและให้เราได้ถ่ายภาพรองเท้า Air Jordan มาฝากผู้อ่านทุกท่าน , fondrendental , incrediblefeets

** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต ถ้าต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเพจเท่านั้น **