รีวิว: Umbro Velocita 3 สตั๊ดสายสปีดพันธ์ใหม่ที่จะมาท้าชิงจ้าวแห่งความเร็ว!!!

Cover Umbro Verocita

เรียกว่า มองข้ามไปไม่ได้เลย สาหรับการเปลี่ยนแปลงของ Umbro ผู้โด่งดังในสตั๊ดสายคลาสสิคที่เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมใหม่คู่กันไปด้วยจนออกมาเป็น Umbro Velocita 3 ที่เรียกเสียงฮือฮาอยู่ในขณะนี้…

โดยหลังจากที่ได้รับ Umbro Velocita 3 Pro HG มาทดลองนั้น ต้องบอกว่า เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในหลายสิ่งอย่างทั้งกับสตั๊ดในค่าย Umbro หรือกับค่ายอื่นที่มาแนวนี้ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราจะลองไล่เรียงให้เห็นภาพกันแบบง่ายๆ

สัมผัสที่แตกต่างไปของ Umbro

161123 SSDM Umbro063 copy
นอกจากสีสันและดีไซน์ที่มีลวดลายรูปทรงเลขคณิต ซึ่งน่าจะถูกใจคนชอบสตั๊ดแนวหวานแหววแล้ว (แต่ต้องบอกว่า ตัวจริงสีสันดูขรึมกว่าในรูป) สัมผัสใหม่ที่ได้จาก Umbro คือ ดีไซน์แบบไม่มีลิ้นรองเท้า เพราะ Velocita 3 วางโครงสร้างเหมือน การใส่ถุงเท้า เวลาใส่จึงต้องค่อยแหย่ๆ ปลายเท้าไป ส่วนคนเท้ากว้างก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะใส่ไปสักพัก ก็น่าจะเข้าที่เอง

161123 SSDM Umbro059 copy(ขอบคุณอุปกรณ์ประกอบฉาก: ชุดและลูกฟุตบอลจาก Umbro)

ถ้าถามทำไมพวกเขาถึงดีไซน์มาแบบนี้? คำตอบคือ เพื่อความกระชับสูงสุด สำหรับนักเตะสายเร็ว จากความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอัปเปอร์ที่เย็บต่อมาเป็นชิ้นเดียวทั้งตัว ซึ่งต่างจากแบบมีลิ้นที่อัปเปอร์อาจมีขลุกขลิกไปบ้าง เพราะแยกชิ้นส่วนกัน

วัสดุใหม่เพื่อให้มีความเบาขึ้นไปอีก

161123 SSDM Umbro068 copy
ขณะที่อัปเปอร์ พื้นที่หลักประมาณ 70% จะเป็นผ้ายืดไนล่อนเนื้อฟองน้ำบางๆ โดยมีความหนากำลังดีประมาณ 0.3 มม. แล้วก็มีส่วนปลายเท้าและข้างเท้า อีกประมาณ 30% เป็นผ้าตาข่าย ซึ่งเย็บติดกันตามภาพ โดยต่างจาก Velocita 2 ที่เป็นไมโครไฟเบอร์

ที่สำคัญ พวกเขายังได้เสริมโครงสร้าง A-Frame ที่เป็นจุดขายถึง 2 จุด คือ ตรงปลายเท้าและกลางเท้า (หรือแถบพลาสติกสีเขียว) เพื่อให้กระชับขึ้นอีก แล้วเคลือบสาร TPU (วัสดุแบบเดียวกับในลูกฟุตบอล) ซึ่งเป็นพลาสติกแบบและใส ประมาณ 80% ของพื้นที่อัปเปอร์ ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อไว้ป้องกันและช่วยให้อัปเปอร์ส่วนส่วนใหญ่ที่เป็นผ้าทนทานต่อแสงแดด, น้ำ, โคลนเสมือนเป็นกำแพงในชั้นนอกนั่นเอง

ให้ความสำคัญกับการคอนโทรลด้วย

แต่เรื่องของพื้นผิวที่เป็น TPU ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะจากการลองจับๆ ลูบๆ ดูแล้วพบว่า ก็ไม่ได้มีความลื่น จนทำให้คอนโทรลลูกฟุตบอลไม่อยู่ อีกอย่างหนึ่งต้องไม่ลืมว่า นี่คือ วัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ทำลูกฟุตบอล ฉะนั้น มันน่าจะเข้ากันได้ดีอยู่แล้วจริงไหม?

ส่วนหุ้มข้อก็มา…

161123 SSDM Umbro083 copy
ส่วนตรงรอบคอก็เว้นว่างจาก TPU ไว้ เพื่อให้เป็นส่วนหุ้มข้อแบบต่ำ ซึ่งข้อดีคือ ไม่เกะกะหรือสร้างความอึดอัดให้ข้อเท้ามากนัก

ถ้าถามถึงข้อดีเรื่องการใส่และความสบาย แม้ว่าตอนใส่ทุกครั้งอาจต้องค่อยๆ แหย่ปลายเท้าเข้าไป (เพราะไม่มีลิ้น ซึ่งช่วยให้ถ่างอัปเปอร์ออกได้) แต่พอใส่แล้ว ความรู้สึกที่ได้นั้นเหมือนการใส่ถุงเท้าที่เป็นผ้ายืดแบบชุดกีฬา แล้วที่ฟินกว่าคือ ตรงปลายเท้าและข้างเท้าที่โล่งสบายขึ้นอีก เพราะบางและโปร่งกว่า แถมพื้นผิวแบบร่องตาราง ก็ทำให้ขยับปลายเท้าไปมาได้สบายกว่าเดิม

ส่วนชุดพื้นและส่วนป้องกันยังคงเดิม

161123 SSDM Umbro072 copy
ปิดท้ายกันที่ชุดพื้นและส่วนป้องกัน ซึ่ง Umbro ยังคงเลือกสานต่อความสำเร็จเดิม ทั้งการใช้แผ่นรองเท้า ซึ่งทำจาก EVA โฟมแล้วเจาะรูทั่วแผ่น เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีหรือพื้นชั้นล่างที่ขึ้นรูปจากพลาสติกพันธุ์แกร่งอย่าง Pebax เป็นแกนชิ้นเดียว เพื่อความเบา พร้อมชุดปุ่ม HG (เหมือนกับ FG) ที่เป็นทั้งหัวกลม (ด้านในเท้า) ซึ่งช่วยในการเคลื่อนที่ได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ด้านเท้าในเป็นจุดหมุนหรือเปลี่ยนทิศทางการวิ่ง ส่วนหัวเหลี่ยมเพชรตรงด้านนอกเท้าก็ยังเสริมความมั่นคงบนผืนหญ้าได้เยี่ยม

161123 SSDM Umbro079 copy
ส่วนเกราะกันเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก ก็คงยังเป็นแบบเหลี่ยมเพชรเช่นเคย ซึ่งคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นมาก่อน ขอบอกว่านี่คือ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Umbro เพราะเพื่อความเบาของรองเท้า ทำให้พวกเขาทำออกมาเป็นแผ่นหนาไม่ได้ เลยแก้ปัญหา โดยการทำให้เป็นพื้นผิวสามมิติในแบบเหลี่ยมเพชรแทน ซึ่งทำให้ยังคงความแข็งแกร่งในการป้องกันส้นหรือเอ็นร้อยหวายไว้ได้ พร้อมความเบาอยู่

เรื่องน้ำหนักของ Umbro Velocita 3
จริงๆ สิ่งที่เรายังไม่ได้พูดถึง คือ น้ำหนักของ Velocita 3 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 165 กรัม แต่นั่นแหละ อย่างที่เราเคยบอกเสมอว่า ในโลกความเป็นจริง น้ำหนักระดับกรัมระดับขีดเป็นสิ่งที่วัดไม่ได้ด้วยความรู้สึกอยู่แล้ว เลยไม่ขอเน้นตรงจุดนี้มาก

บทสรุป…
Umbro ต้องการทาให้ Velocita 3 เป็นสตั๊ดสายสปีดที่ใส่สบายที่สุดและขอเน้นเรื่องความทนทานด้วย เพราะลำพัง ถ้าจะใช้แค่ผ้ายืดอย่างเดียว อายุการใช้งานคงไม่ยืนยาว แถมวัสดุที่ใช้ก็เลือกเป็น TPU เพื่อช่วยให้คอนโทรลลูกฟุตบอลได้ดีด้วย เพราะเป็นวัสดุแบบเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นความฉลาดในการตอบโจทย์ให้ได้ครอบคลุมทั้งการสวมใส่และคอนโทรล ด้วยอัปเปอร์ที่พวกเขาเคลมว่า มี 3 ชั้น (ผ้ายืดไนล่อน/ผ้าตาข่าย+ A-Frame + TPU) ซึ่งช่วยลดปัญหาเรื่องการคงรูปด้วย

161123 SSDM Umbro063 copy
โดยถ้าว่ากันตามตรงแล้ว ในราคา 4,790 บาท ถือว่า น่าสนใจมาก เมื่อเทียบกับชื่อเสียงของแบรนด์คู่แข่งอีกหลายเจ้าที่ราคาตัวท็อปอยู่ในระดับแปดพันถึงหมื่นกว่าบาท และก็ไม่ใช่แค่นั้น Umbro Velocita 3 ยังมีเลือกทางให้ในรุ่นรองลงไปอย่าง Premier (2,790 บาท) และ Club (1,790 บาท) ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับบรรดาคอบอลสนามหญ้าเทียมด้วย

แน่นอน อย่างที่รู้กันดีว่า แต่ละรุ่นก็มีกลุ่มเป้าหมายและสไตล์แตกต่างกันไป ส่วนเจ้าตัวนี้ บอกเลยว่า เหมาะที่สุดกับสายสปีดที่ต้องการความกระชับและคล่องตัวขั้นสุด เพื่อวิ่งเต็มฝีเท้า ไม่เชื่อไปลองดูสิ…

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและสินค้าสำหรับการถ่ายทำจาก Umbro