ต่างกันยังไง? Under Armour กับกองทัพเทคโนโลยีเสื้อผ้ากีฬาเกือบ 20 แบบในค่าย

cv-under-armour-and-fabric-technologies-ws

ค่ายอื่นอาจมีไม่กี่เทคโนโลยีสำหรับเสื้อผ้าหรือชุดออกกำลังกาย แต่ Under Armour นั้น มีเยอะเยะเลย ซึ่งเดี๋ยวจะไล่เรียงให้ดูว่า มีอะไรบ้าง?

เริ่มกันที่คอนเซ็ปต์ของเทคโนโลยีก่อน โดย Under Armour มีถึง 4 คอนเซ็ปต์ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งมานั่งนับดูแล้ว เยอะเยอะมากมายจริงๆ

1.Stay Cool (เย็น) กลุ่มเทคโนโลยีที่เน้นป้องกันความร้อนและรักษาความเย็น ด้วยการดูดซับหรือระบายความร้อนออกไปให้ได้มากที่สุด
CoolColdblack :
เมื่อเจอแสงแดดจัดจ้าน เทคโนโลยีจะช่วยสะท้อนทั้งแสงแดด และรังสีอินฟราเรดกลับออกไป เพื่อไม่ให้อุณหภูมิในเสื้อสูงขึ้นกว่าเดิม
CoolSwitch :
เทคโนโลยีนี้เป็นการเคลือบสารพิเศษด้านใน เพื่อดูดซับเอาความร้อนออกมาจากร่างกาย เพื่อทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น แม้อากาศร้อน
HeadGear ArmourVent :
 อันนี้ช่วยระบายความร้อนท่ามกลางแสงแดด ด้วยเทคโนโลยีผ้าตาข่าย ซึ่งเน้นที่ความยิืดหยุ่น, ทนทานแล้วก็แห้งเร็ว

Cool22Iso-Chill : เทคโนโลยีโครงสร้างการระบายอากาศแบบเป็นแถวเป็นตาราง เพื่อให้สามารถระบายอากาศได้สม่ำเสมอและให้ความเย็นสบายต่อเนื่อง
HeatGear Armour : คำนิยามของเทคโนโลยีคือ ”ผิวชั้นที่สอง” โดยเน้นความนุ่มและเบาของเนื้อผ้าที่มีความเย็นด้วย เหมาะกับใส่ออกกำลังกาย
HeatGear : นี่คือ เทคโนโลยีตั้งต้นของกลุ่มสินค้าชุดกีฬาของ Under Armour ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศ พร้อมควบคุมความเย็นให้ร่างกาย

2.Stay Warm (อบอุ่น) อันนี้ เหมาะกับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ซึ่งเหมาะกับคนยุโรปหรือเอเชียตอนบน
WarmArmour Fleece :
โครงสร้างเนื้อผ้าที่เน้นความนุ่มนวลข้างใน โดยดักจับความร้อนได้ ส่วนข้างนอกเป็นผ้าผิวเรียบ เพื่อปกป้องคุณจากสภาพอากาศ
ColdGear Infrared : อันนี้เคลมว่า ให้ความอบอุ่นได้นานกว่า Armour Fleece โดยเคลือบด้วยเทอร์โมเป็นฉนวน เพื่อดูดซับ และเก็บความร้อน
ColdGear : เทคโนโลยี ColdGear พัฒนามาเพื่อให้เหมาะกับนักกีฬาหรือคนออกกำลังกายที่ต้องการเนื้อผ้าที่หนา และหนักในช่วงอากาศหนาวเย็น

3.Stay Dry (แห้ง) กลุ่มสินค้ากลุ่มนี้ ออกแบบมา สำหรับคนที่ต้องการชุดเสื้อผ้าสำหรับการผจญภัยหรือออกไปตะลุยในสภาพที่เปียกชื้น
DryUA Storm :
ผลิตจากเนื้อผ้าที่ทนทานที่สุดเท่าที่ Under Armour จะหามาได้ และก็ยังเป็นเนื้อผ้าที่ผ่านการทดสอบเรื่องกันน้ำร้อนหรือเย็นมาแล้ว

4.Stay Ready (พร้อมลุย) กลุ่มเทคโนโลยีชุดใหญ่อีก 1 ชุด โดยเน้นเรื่องความสบายและประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
ReadyThreadborne :
เทคโนโลยีเนื้อผ้าระดับท็อปของ Under Armour ที่พวกเขาได้เคลมเอาไว้ว่า ให้ความสบายสูงสุดในกลุ่มสินค้าพวกชุดเสื้อผ้า
CluchFit :
หลายคนอาจคุ้นชื่อจากรองเท้าฟุตบอล แต่จริงๆ ก็มีเป็นพวกกางเกงด้วย โดยเป็นเทคโนโลยีผ้าซึ่งเน้นกระชับตอนที่เคลื่อนไหวร่างกาย
Charged Wool :
เทคโนโลยีผ้าวูลที่เน้นความเบาและแห้งเร็ว นอกจากนี้ ผ้า Charged Wool ก็ยังสามารถป้องกันจุลินทรีย์ได้ตามธรรมชาติด้วย
Ready2Charged Cotton :
 โครงสร้างเป็นเนื้อผ้าฝ้ายผสม ซึ่งมีความพิเศษ คือ ทำให้แห้งเร็วกว่าผ้าฝ้ายธรรมดา ที่สำคัญ ยังทำให้รู้สึกนุ่มและสบายตัวด้วย
UA Recharge :
เน้นที่การฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ด้วยการบีบรัดแบบพอเหมาะ ให้น้ำในกล้ามเนื้อไหวเวียนไปทั่วร่างกาย เพื่อให้บวมน้อยลงและฟื้นฟูเร็วขึ้น
AllSeasonGear :
เทคโนโลยีเนื้อผ้าที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศได้ทุกสภาวะ ทั้งการขับไล่ความเปียกชื้น, ควบคุมอุณหภูมิหรือระบายอากาศ
Ready3MagZip :
อาจไม่ใช้เทคโนโลยีผ้าโดยตรง แต่ระบบซิปแม่เหล็กนี้จะทำให้สามารถรูดซิป เพื่อประกบเนื้อผ้าเข้าด้วยกันได้นุ่มนวล, เร็วและง่ายมากที่สุด
Under Armour SunBlock : เทคโนโลยีผ้าแบบบางเบา แต่เคลมว่า ทรงประสิทธิในเรื่องการป้องกันแสงแดดที่จะทะลุเข้ามาทำร้ายทำลายผิวหนัง
Reflective: ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบวิ่งตอนหัวค่ำ, กลางคืนหรือตอนรุ่งสาง ด้วยเทคโนโลยีของเนื้อผ้าที่สะท้อนแสงระดับสูงที่ทำให้เห็นเด่นชัด

…ถ้านับเฉพาะเทคโนโลยีเกี่ยวกับพวกเนื้อผ้าก็น่าจะมีประมาณนี้ ซึ่งถือว่า เยอะมากจริงๆ สำหรับ Under Armour โดยส่วนใหญ่ที่ว่าไป ยังมีกลุ่มสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วที่เอามาให้ดูนี้ ก็ถือว่า เป็นทางเลือกให้คุณ เผื่อกำลังมองหาชุดเสื้อผ้าแนวไหนอยู่ ยังไงลองดูนะ

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก underarmour.co.th