ไฮไลท์แห่งปี: Under Armour Test of Will การแข่งขันแบบฟังก์ชันนอล เทรนนิ่ง

cv-Under Armour Test of Will

อันเดอร์ อาร์เมอร์ เปิดตัวไฮไลท์แห่งปีเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ผ่านความหลงใหล การออกแบบ และการคิดค้นนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ อีวอน เทย์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแห่งภูมิภาค บริษัท ทริปเปิ้ล ไพรเวท ลิมิเต็ด ผู้จัดจำหน่าย Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) และ พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา (ที่ 2 จากขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรฟ แถลงข่าวกิจกรรมสำคัญแห่งปี 2017 ณ ศูนย์การค้าเมกา บางนา ตอกย้ำการเป็นเพอฟอร์มานซ์ สปอร์ตแวร์ ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ในทุกมิติ

41_Under Arnour

ปัจจุบัน Under Armour ประเทศไทยมีสาขารวม 9 แห่ง นำเสนอผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและแอ๊คเซสเซอรี่กีฬาสำหรับการเทรนนิ่งซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาศักยภาพในกีฬาทุกประเภท โดยยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถแสดงศักยภาพได้ดีขึ้น

และในปี 2560 Under Armour ยังคงเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มกีฬาต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยการนำ Under Armour Test of Will การแข่งขันแบบฟังก์ชันนอล เทรนนิ่ง รายการใหญ่ประจำปี กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 มีนาคม 2560 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้าเมกา บางนา เพื่อเป็นเวทีทดสอบความแข็งแกร่งและหัวใจนักสู้ของกลุ่มนักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย

นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย (วุฒิพงษ์ ดาโสม, กานต์ณัฐ เสมอใจ, ชนะชนม์ กล้าหาญม ณัฐกานต

นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย

Under Armour Test of Will เป็นเวทีระดับภูมิภาคจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย โดยปีนี้ได้จัดเพิ่มอีกใน 2 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซียและบรูไน รวม 6 ประเทศ โดยถูกออกแบบมาให้มีความเข้มข้นมากกว่าปี 2559 ที่ผ่านมา ผู้แข่งขันลงแข่งในเวลา 4 นาที ใน 4 ท่า ประกอบด้วย เบอร์พีส์ (Burpees), วัน อาร์ม ทรัสเตอร์ (One Arm Thruster), ทีอาร์เอ็กซ์ โรว์ (TRX Rows) และแซนด์แบค โทรว์ (Sandbag Throw) โดยนับคะแนนจากจำนวนครั้งที่ทำได้ในแต่ละท่าภายในเวลา 1 นาที ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดประเภทชายและหญิงจากแต่ละประเทศจะได้รับแพ็คเกจเดินทางไปร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคในวันที่ 6 พฤษภาคม 2560 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ธัชชา โกศลประภา นักออกแบบท่าเต้น

ธัชชา โกศลประภา นักออกแบบท่าเต้น

วุฒิชัย มาสุข นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย

วุฒิชัย มาสุข นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย

ผู้ชนะประเทศไทยจะได้รับรางวัลเงินสดและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 100,000 บาท และโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อชิงรางวัลเงินสดมูลค่า 2,500 สิงคโปร์ดอลลาร์ ผู้สนใจที่มีอายุ 21 ปี ขึ้นไปและพำนักอยู่ในประเทศไทยสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้แล้วที่ testfofwill.com

ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ทริปเปิ้ล (Triple Pte. Ltd) ผู้จัดจำหน่าย Under Armour แต่เพียงผู้เดียวในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ กล่าวว่า “Under Armour Test of Will เปิดกว้างสำหรับทุกคนเทรนและต้องการทดสอบสมรรถภาพของตัวเอง ปีที่แล้วเราได้แชมป์จากนักกีฬาที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย  เวทีนี้จึงสะท้อนถึงความแน่วแน่และหัวใจนักสู้ หรือ อันเดอร์ด็อก สปิริต แนวคิดที่  Under Armour ยึดถือตลอดมา”

นอกจากการสร้างแพลตฟอร์มด้านกีฬาแล้ว Under Armour ยังทำงานร่วมกับนักกีฬาและอินฟลูเอ็นเซอร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยในปีนี้  Under Armour เฟ้นหาคนที่มีวินัยและมีแนวคิดอันเดอร์ด็อก สปิริต ที่สอดคล้องกับแบรนด์รวม 19 คน จากกีฬาแขนงต่างๆ ประกอบด้วย CrossFit เพาะกาย ไตรกีฬา เทนนิส มวย กีฬาต่อสู้ บาสเกตบอล ฟิตเนส พิลาทิส โยคะ และกีฬาเต้น

ดีเจภูมิใจ ตั้งสง่า

ดีเจภูมิใจ ตั้งสง่า

ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์

ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์

เมื่อเร็วๆ นี้ Under Armour เปิดตัวเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาตัวคอลเลคชั่นล่าสุดที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Threadborne™ (เทรดบอร์น) อาทิ Threadborne™ Siro (เทรดบอร์น ไซโร) คอลเลคชั่น และซีมเลส (Seamless) คอลเลคชั่น ที่ผลิตขึ้นเทคนิคทางด้านวิศวกรรมล้ำสมัยที่ฉีกกฎของการออกแบบเดิมๆ ให้ความสบายและช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ไปสู่อีกมิติ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ร่างกายแห้งเร็วขึ้นและรู้สึกเย็นเบาสบาย มีความยืดหยุ่น คล่องตัว กระชับพอเหมาะแต่ไม่แนบติดกับร่างกาย โดยเทคโนโลยี Threadborne™ (เทรดบอร์น) ถูกผลิตเป็นส่วนประกอบของรองเท้าบาสเกตบอลของซูเปอร์สตาร์บาสเกตบอล UA Curry 3 รองเท้า UA SpeedForm® Gemini 3 (ยูเอ สปีดฟอร์ม เจมิไน 3) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตั้งแต่สปริง/ซัมเมอร์ คอลเลคชั่น 2017 เป็นต้นไป

ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติมว่า “Under Armour นำเส้นด้ายพิเศษที่มีความคงทนจากเชือกของร่มชูชีพนำมาผลิตขึ้นเป็น “เส้นใยชนิดพิเศษ” ที่ทนทานต่อการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน ทำให้เส้นใยดังกล่าวกลายเป็นเนื้อผ้าเจเนอเรชั่นใหม่ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถแสดงศักยภาพได้ดีขึ้นโดยยังคงสวมใส่สบายและขณะเดียวกันก็มีความทนทาน”

Under Armour มีสาขาทั้งสิ้น 9 แห่ง ได้แก่ สยาม เซ็นเตอร์, เมกา บางนา, สเปล แอท ฟิวเจอร์ พาร์ค, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, เอาต์เล็ต เมืองทอง ธานี, เซ็นทรัลเฟสติวอล พัทยา และจังซีลอน ภูเก็ต สามารถติดตามกิจกรรมUnder Armour ประเทศไทยได้ทาง เฟสบุ๊ค Under Armour Thailand หรืออินสตาแกรม @underarmourth

ที่มา : ข้อมูลและภาพประกอบ  Under Armour Thailand