งี้นี่เอง… ทำไมผู้ตัดสินชอบใส่เสื้อดำ/เหลือง

Untitled-1

มีหลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมผู้ตัดสินในกีฬาฟุตบอลถึงชอบใส่เสื้อสีดำ/เหลือง แม้มีสีอื่นบ้าง แต่ไม่เป็นที่จดจำเท่าสีดำ/เหลือง

แรกเริ่มเดิมทีก็ใส่เสื้อดำมีตรา, กางเกงขาสั้นและถุงเท้าปกติ แต่เมื่อปี 1950 ก็เริ่มมีการเปลี่ยนไปใส่เสื้อคลุมอีกชั้นเหมือนสูทหรือที่เรียกว่า เบลเซอร์ โดยยังเน้นเป็นโทนสีดำเหมือนเดิม เว้นแต่ว่า ถ้าสีไปชนชุดแข่งของทีมใดทีมหนึ่ง ก็จะเลือกใส่สีแดง (เป็นหลัก)

2668453_big-lnd

จากนั้น ความเปลี่ยนแปลงในโลกของเสื้อผ้าผู้ตัดสินกีฬาฟุตบอล ก็มาถึงอีกครั้ง เพราะในช่วงรอบชิงฟุตบอลโลก ปี 1994 มีการนำเสนอทางเลือกให้ผู้ตัดสินเลือกใส่เสื้อขาวหรือเหลืองก็ได้ และในเวลาไล่เลี่ยกัน ทางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เห็นชอบที่จะให้ผู้ตัดสินใส่เสื้อสีเขียว โดยสาเหตุ ก็มาจากความคิดที่ว่า เมื่อดูการแข่งขันผ่านทีวี เสื้อผู้ตัดสินในโทนสีแบบนั้น ดูโดดเด่นและแยกแยะง่ายกว่า

GettyImages-518742364

อย่างไรก็ตาม สีเสื้อของผู้ตัดสินก็ไม่ได้กำหนดตายตัวเหมือนกันหมด เพราะอย่างเช่น การแข่งขันภายใต้ทัวร์นาเม้นต์ของ ฟีฟ่า จะมีทางเลือกให้ 5 สี ก็คือ ดำ, แดง, เหลือง, เขียวหรือฟ้า แต่กับกางเกง, ถุงเท้าและรองเท้า ต้องเป็นสีดำ เพื่อให้ดูสุภาพและน่าเชื่อถือ

GettyImages-492445506

ทั้งนี้ สำหรับตัวเสื้อผู้ตัดสินของฟีฟ่าจะต้องมีป้าย/ตราแสดงระดับไลเซนส์และปีที่หมดอายุ โดยมักอยู่ทางด้านซ้ายตรงกระเป๋าเสื้อ

AP423749101122

แต่… ทั้งหมดทั้งมวล จากนั้นต่อมาจนถึงปัจจุบัน เสื้่อสีเหลืองและดำกลับได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะในการแข่งขันระดับชาติ
เพราะสีเหลืองและดำนั้น ไม่ค่อยซ้ำกับเสื้อของทีมชาติเท่าไหร่นัก ถ้าจะไล่ชื่อกันกับทีมระดับท็อปที่ได้เล่นในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่บ่อยก็มีบราซิล, โรมาเนีย, ยูเครน, สวีเดนหรือออสเตรเลีย ขณะที่โทนสีดำแทบไม่มีชาติไหนใช้กันเลย สำหรับทั้งเสื้อทีมเหย้าหรือเยือน

ส่วนในลีกดังของยุโรปก็มีสีอื่นๆ มาแซมบ้าง เช่น พรีเมียร์ลีก มีสีเขียว/สีขาว, ลาลีกา มีสีแดง/สีฟ้า/สีเขียว, บุนเดสลีก้า มีสีแดง, สีฟ้า กัลโช่ ซีเรียอา มีสีเขียว-ดำ/ดำ-เขียว แต่โดยภาพรวมแล้ว ในลีกดังส่วนใหญ่แล้ว ก็ยังคงเน้นที่เสื้อสีเหลืองและสีดำเป็นหลัก

ด้วยข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้หลายคนหายสงสัยได้แล้วว่า ทำไมแฟนบอลถึงชอบเรียกผู้ตัดสินเรียกว่า เชิ้ตดำ/เปาเหลือง ประมาณนี้

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก  fifa.com, washingtonpost.com, gettyimages.com