เส้นสีสื่อความหมาย… ส่องที่มา ‘ดีเทล’ พิเศษบนเสื้อบอลทีมชาติญี่ปุ่น

cv-japan-national-football-team-and-kits-ws

ญี่ปุ่น ถืิอเป็นประเทศที่โดดเด่นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, ธรรมชาติ, ศิลปะ, แฟชั่นหรือกีฬา ซึ่ง 3-4 อย่างหลังนี้ถูกนำมาผนึกรวมกันบนชุดกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล…

คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้จริงจัง อาจไม่รู้ว่า ญี่ปุ่นคือ หนึ่งในทีมที่ไม่ได้ใช้สีชุดแข่งตามสีธงชาติเหมือนกับอีกหลายประเทศ เพราะสีประจำทีมอย่างสีฟ้าเข้มหรือน้ำเงินไม่ได้มีอยู่ในธงชาติ คำถามคือ แล้วมายังไง? ซึ่งคำตอบนี้ เคยมีการสอบถามไปยังสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นแล้ว แล้วก็ได้คำตอบประมาณนี้

”สำหรับความเชื่อพื้นฐานในเรื่องชุดแข่งสีฟ้าเข้มหรือน้ำเงิน คือ เป็นสีที่สื่อถึงท้องฟ้าและมหาสมุทรอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น แต่ความหมายเหล่านี้ ถูกยกมาอ้างอิงภายหลัง หลังจากที่มีการใช้ชุดแข่งสีฟ้ามานานแล้ว โดยก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีเอกสารหรือคำยืนยันใดๆ มาอธิบายถึงเรื่องนี้เลย”

ทั้งนี้ ประวัติของชุดแข่งทีมชาติญี่ปุ่นมีอยู่คร่าวๆ ว่า แต่ก่อนนั้น พวกเขาไม่เคยมีการกำหนดสีสันจริงจังก็คือ มีทั้งฟ้าเข้ม/น้ำเงิน, ขาว (หรือแดง) จนเริ่มมีการใช้ชุดแข่งที่เป็นเสื้อโทนสีฟ้าคราม + กางเกงสีขาว ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือประมาณช่วงปี 1930 ซึ่งเป็นสีที่สืบทอดกันมาจนเสร็จสิ้นสงคราม จากนั้น มีการใช้เสื้อสีฟ้าเข้ม/น้ำเงิน + กางเกงสีขาวหรือเสื้อสีขาว + กางเกงสีฟ้าเข้ม/น้ำเงิน สลับกันจนถึงปี 1987 กระทั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงในปี 1988-92 เพื่อสื่อถึงความเกรียงไกรของพวกเขาในฐานะดินแดนลูกพระอาทิตย์ ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น แล้วก็ถือเป็นชุดสีแดงตัวสุดท้ายของทีม

GettyImages-6475183066
ว่ากันว่า ที่มีการเลิกใช้สีแดง อาจเพราะไปตรงกับทีมชาติเกาหลี ซึ่งใช้สีแดงมาก่อนหรือเพราะช่วงนั้นฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย เลยเกิดกระแสต่อต้าน เพราะเชื่อว่า ชุดแข่งแนวสีฟ้า/เข้ม ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ มิราเคิล ออฟ เบอร์ลิน ด้วยการคว่ำสวีเดนในรอบแรกของการแข่งขันฟุตบอลในมหกรรมโอลิมปิกที่กรุงเบอร์ลิน ปี 1936 และต่อมาการจุดเปลี่ยนเรื่องรายละเอียดของชุดแข่งตามเอกลักษณ์ ก็เริ่มขึ้นจากนั้นเป็นต้นมากับเสื้อสีฟ้าเข้ม/น้ำเงิน

ในส่วนสีเสื้อและชุด (เหย้า) ก็อย่างที่รู้กันว่า ยึดสีตามนั้นเป็นหลัก แต่เมื่อฟุตบอลไม่ได้แค่มีประเภทเดียว ล่าสุดพวกเขาเลยปรับดีเทลอะไรบางอย่างให้เป็นมาตรฐาน สำหรับการแทรกสีพิเศษลงไปเสื้อ ทั้งของทีมฟุตบอลประเภทชาย, หญิงและฟุตซอล เป็นต้น เพื่อสื่อถึงความหมายที่แตกต่างกันออกไป

*ดีไซน์ล่าสุดของ adidas จะทำเป็นแถบสีเล็กๆ ตรงกลางใต้ราวนม

1. ฟุตบอลชาย/ฟุตบอลชายหาดชาย – สีแดง/สีชมพู

GettyImages-517977894
ความหมาย: สัญลักษณ์พระอาทิตย์บนธงชาติ โดยเป็นความเชื่อแต่โบราณว่าเป็นผู้สร้างเกาะญี่ปุ่นขึ้นมาและพวกเขาคือลูกพระอาทิตย์อันเกรียงไกร อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 32 ทีม พวกเขามักจะแทรก ‘สีชมพูลูกพีช’ แทน เพื่อจะสื่อถึงความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีม

GettyImages-451169822
2. ฟุตบอล/ฟุตซอลหญิง – สีชมพู

GettyImages-647518306
ความหมาย: สีดอกนาเดชิโกะ ซึ่งเป็นดอกหญ้าสีชมพูสุดสวยที่มีความแข็งแกร่งทนแดดทนหนาวเสมือนทีมฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อผู้ใด

3. ฟุตซอลชาย – สีเหลืองไฟฟ้า

maxresdefault
ความหมาย: มาจากสี Electricity yellow ของ adidas ที่สื่อถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกีฬาฟุตซอลที่ต้องเล่นแบบรุกและรับช่วยกันทั้งทีม

ส่วนที่เป็นเสื้อทีมเยือนของทีมฟุตบอลแต่ละประเภทนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม แต่ก็ยังคงยึดเป็นสีขาว, แดง รวมถึงฟ้าหรือน้ำเงินเป็นหลัก

นี่คือ ความหมายเล็กๆ บนเสื้อหรือชุดแข่งทีมฟุตบอลญี่ปุ่นที่เติมแต่งลงไป เพื่ิอปลุกเร้าหรือเตือนใจนักเตะทุกคน เมื่อก้มมองเส้นสีพวกนี้ว่า พวกเขาคือใครหรือตัวตนเป็นยังไง? เพื่อสู้ต่อไปให้เต็มที่ ด้วยศักดิ์ศรีของพวกเขาซึ่งถือว่า เป็นลูกของพระอาทิตย์ตามความเชื่อนั่นเอง…

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ja.wikipedia.org, gettyimages.com, jfa.jp